ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

ขอขอบคุณทุกท่าน ที่กรุณาแวะเวียนมาเยี่ยมชม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะได้รับสิ่งที่คิดประสงค์ ผลงานเหล่านี้ผู้เขียนเรียบเรียงขึ้นทำเป็นบันทึกความจำและอบรมจิตใจตนเอง ผู้เขียนหาได้มีความเป็นอริยะแต่อย่างใดไม่ ( เดิมที แต่งเฉพาะกลอนธรรมะ จึงใช้นามปากกาว่า avijjapikkhu ที่จริงต้องพิมพ์ว่า avijjabhikkhu แต่ตอนสมัครสร้างเว็ป เกิดทำพลาด เข้าไปใช้ชื่อนั้นไม่ได้ ต้องสร้างเว็ปใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน )
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ

วันเสาร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2561

โลกที่มีแต่เรื่องไม่คาดคิด : กลอนคติชีวิต



โลกที่มีแต่เรื่องไม่คาดคิด : กลอนคติชีวิต

    ตุ๊กแก แวะมา อาศัยอยู่(ในบ้าน).....................แอบจู่ โจมล่า แมลงผอง
เกิดประโยชน์ กับเรา เฝ้าไตร่ตรอง....................(แต่ก็)ยังสยอง ผิวกาย ลายตุ๊กแก

    ผ่านไป ร่วมปี มิปรากฎ.................................ก่อโทษ ลดทอน ผลย้อน;แม้
ออกลูก ออกหลาน เผ่าพันธุ์แผ่........................ขยายแพร่ กระจาย มายมากมี

    วันหนึ่ง ตะลึงดู เห็นงูเขียว............................เลื้อยเลี้ยว เข้าบ้าน สะท้านวิถี
ห่วงโซ่ อาหาร ฐานปัถพี.................................ควบคุม ชีวี ประชากร

    กลไก ธรรมชาติ ช่างอัศจรรย์.........................บันดาล เรื่องสลับ และซับซ้อน
เหนือความ คาดคิด สร้าง-ลิดรอน.....................สะท้อน สลด โลกกฎเกณฑ์

    บ่อยครั้ง ความคิด ความตั้งใจ........................คนเรา เอาใจ ใส่ใฝ่เห็น
เป้าหมาย ปลายทาง รังสรรค์เฟ้น.....................ก็ไม่ ได้เป็น เช่นจินดา

    ปัจจัย ในโลก ที่วกวน..................................ซับซ้อน สับสน เกินค้นหา
สาเหตุ ทำให้ ไม่คาด(คิด)ว่า..........................(เรื่องเช่นนี้)จะมี ก็มา ประสบเจอ

    บางครั้ง บางคราว ทำเศร้าโศก......................เฉกโชค ชะตา มาเสนอ
บ่อยครั้ง บังเอิญ ก็เกินเก้อ.............................ไม่เพ้อ นึก-ฝัน ดันโชคดี

    นี่แหละหนา ครรลอง ของชีวิต.......................ไม่อาจ คาดคิด ประดิษฐ์ชี้
ตามใจ ตนเอง คร่ำเคร่งมี...............................เพราะโลก ใบนี้ อนิจจังฯ

๒๐ มกราคม ๒๕๖๑

วันศุกร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2561

หนี้-สมบัติส่วนตัว : กลอนแปด



หนี้-สมบัติส่วนตัว : กลอนแปด

    ฤดูหนาว เข้ามา ชีวาขัด............................พื้นพนัส พัฒนเข็ญ เป็นน้ำแข็ง
เกล็ดหิมะ ระดิน ธรณินแปลง.......................กันดารแหล่ง แห่งหน ท้นทั่วไป

    แม้ธรรมชาติ สัจจา สร้างอุปสรรค................ต้องลำบาก หนักเอา เบาแก้ไข
พฤกษาด้น พ้นดิน ผินประไพ......................เชิดชูดอก ออกใบ ให้โสภี

    ไม่ครณา ประเชิญ ดำเนินชีวิต....................ตามคติ ลิขิต ศิษฎ์วิถี(ศิษฎ์=มีความรู้)
พึงพอใจ ในผล ตนเป็น-มี...........................ไม่ใยดี ขัดข้อง ท่องชีวัน

    ผิวพรรณ-ร่าง-หน้าตา-ปัญญาสติ.................เกิดคู่คน สนธิ มิแยกขันธ์
มวลเอกลักษณ์-ทักษะ ณ ปัจจุบัน..................(ล้วน)ถูกรังสรรค์ พันพัว ติดตัวเรา

    มีกฎเกณฑ์ เวรกรรม วางกำหนด..................อนาคต บทบาท ที่คาดเค้า
อาศัยบุญ-บาปทำ อิงกรรมเก่า.......................เป็นรากเหง้า เสาหลัก ปักชะตา

    สิ่งที่มา ประสบ พบทุกข์-สุข........................ไม่มีใคร ให้-รุก คุกคามหา
เราเคยทำ กรรมไว้ ไกลก่อนนา......................เวรของเรา เข้ามา สนองคืน

    รู้ซึ้งกฎ แห่งกรรม ตามสัจจะ........................ไม่ต้องบ่น ค้นหา ชะตาฝืน
(เพราะ)เป็นสมบัติ ส่วนตน ทนกล้ำกลืน...........มิปรารมภ์ ขมขื่น-รื่นฤดี

    ชดใช้กรรม เก่าไป เสียให้หมด......................อย่าสลด หดหู่ สู่หลีกลี้
การมีกรรม มีเวร เหมือนเป็นหนี้......................ไม่ชดใช้ ไม่มี ทางหมดเอยฯ

๑๙ มกราคม ๒๕๖๐

วันพฤหัสบดีที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2561

เทพที่ควรบูชา : กาพย์ฉบัง๑๖



เทพที่ควรบูชา : กาพย์ฉบัง๑๖

    ประติมากรรมเทพนานา....................สร้างตามวัดวา
ชวนสงสัยว่าศาสนาไหน?

    ล่อคนศรัทธามากราบไหว้....................ขออธิษฐานให้
สิ่งที่อยากได้สมประสงค์

    พระ(บางคน)อ้างตัวเป็นร่างทรง...................ที่ประทับลง
ขององค์เทพนอกศาสนา

    (ทั้งๆที่)พระพุทธองค์ทรงสอนว่า...................พรหมเทพยดา
คือบิดรมารดาของตน

    อุ้มชูดูแลเราแต่ต้น...................เภทภัยไล่พ้น
ปกปักรักษาจนเติบใหญ่

    หาอาหารบ้านอาศัย...................มอบความรักให้
ส่งไปเรียนรู้ศึกษา

    อบรมศีลธรรม์จรรยา...................ทักษะวิทยา
(ส่งเสริมเรา)สามารถพัฒนาต่อไป

    เป็นเทพที่ควรกราบไหว้....................ตลอดอายุขัย
อย่าได้ละเลยรำเพยผล

    จะบังเกิดสิริมงคล....................ตอบแทนที่ตน
เป็นคนกตัญญูกตเวที

    เทพยดานานาถ้ามี..................อยู่ในโลกนี้
มีใครเคยเห็นบ้างไหมเอย?

๑๘ มกราคม ๒๕๖๑

*[๒๗๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวการกระทำตอบแทนไม่ได้ง่ายแก่ท่านทั้ง ๒
ท่านทั้ง ๒ คือใคร คือ มารดา ๑ บิดา ๑
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุตรพึงประคับประคองมารดาด้วยบ่าข้างหนึ่ง พึงประคับประคองบิดาด้วยบ่าข้างหนึ่ง
เขามีอายุ มีชีวิตอยู่ตลอดร้อยปี
และเขาพึงปฏิบัติท่านทั้ง ๒ นั้นด้วยการอบกลิ่น การนวด การให้อาบน้ำ และการดัด และท่านทั้ง ๒ นั้น พึงถ่ายอุจจาระปัสสาวะบนบ่าทั้งสองของเขานั่นแหละ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย การกระทำอย่างนั้นยังไม่ชื่อว่าอันบุตรทำแล้วหรือทำตอบแทนแล้วแก่มารดาบิดาเลย
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง บุตรพึงสถาปนามารดาบิดาในราชสมบัติ อันเป็นอิสราธิปัตย์ ในแผ่นดินใหญ่อันมีรตนะ ๗ ประการมากหลายนี้
การกระทำกิจอย่างนั้น ยังไม่ชื่อว่าอันบุตรทำแล้วหรือทำตอบแทนแล้วแก่มารดาบิดาเลย
ข้อนั้นเพราะเหตุไร
เพราะมารดาบิดามีอุปการะมาก บำรุงเลี้ยง แสดงโลกนี้แก่บุตรทั้งหลาย
ส่วนบุตรคนใดยังมารดาบิดาผู้ไม่มีศรัทธา ให้สมาทานตั้งมั่นในศรัทธาสัมปทา
ยังมารดาบิดาผู้ทุศีล ให้สมาทานตั้งมั่นในศีลสัมปทา
ยังมารดาบิดาผู้มีความตระหนี่ ให้สมาทานตั้งมั่นในจาคสัมปทา
ยังมารดาบิดาทรามปัญญา ให้สมาทานตั้งมั่นในปัญญาสัมปทา
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ด้วยเหตุมีประมาณเท่านี้แล การกระทำอย่างนั้นย่อมชื่อว่าอันบุตรนั้นทำแล้ว และทำตอบแทนแล้ว แก่มารดาบิดา ฯ

From <http://www.84000.org/tipitaka/read/v.php?B=20&A=1617&Z=1840

วันพุธที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2561

สุญญตารมณ์ : กลอนหก



สุญญตารมณ์ : กลอนหก

    สิ่งทั้งมวล ถ้วนปัถพี.......................บังเกิดมี-แตก-ดับ-สลาย
ทุกชีวี สิต้องตาย............................มิคลาดคลาย คือกฎเกณฑ์

    สัจธรรม กำกับบท..........................ไป่ละลด ปรากฏเด่น
คู่โลกา หาซ่อนเร้น..........................มองให้เห็น และยอมรับ

    ทรงอิทธิฤทธิ์ อนิจจา......................ครองโลกา สาระสรรพ
ขุมพลัง ดังลี้ลับ..............................คอยบังคับ ความเป็นไป

    เอื้อเฟื้อให้ ใครสมปอง....................หรือขัดข้อง จ้องขวางไม่
กฎเวรกรรม นำปัจจัย........................ชีวีไส (เป็นสิ่งที่)ไร้เปลี่ยนแปลง

    (รู้)แจ้งสัจจา สิ่งประสบ...................จิตสงบ ลบแสลง
เกิด(เหตุการณ์)อะไร ไม่เสียดแทง......กวน-ปรุงแต่ง แกว่งอารมณ์

    เกลศ-ตัณหา ตกตะกอน...................คือบัญชร สุญญาสม(เกลศ=กิเลส,บัญชร=หน้าต่าง,สุญญ-=ว่างเปล่า)
หลากโลกีย์ ค่านิยม.........................มิปรารมภ์ สมบูรณ์การณ์

    ความว่างเปล่า เข้าสถิต....................ใจวิจิตร อิสระศานติ์
ปราศตัณหา อุปาทาน.......................ทุกข์อันตรธาน เศร้าฯลฯบรรลัย

    ประภัสสรา ปริสุทธิ์..........................ความผ่องผุด สะอาดใส(ประภัสสร=บริสุทธิ์)
คือลักษณะ แห่งหทัย........................ของผู้ได้ สุญญตารมณ์ฯ(สุญญตารมณ์=สุญญตา+อารมณ์)

๑๗ มกราคม ๒๕๖๑

วันอังคารที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2561

อยู่กับความจริง : กาพย์ยานี๑๑



อยู่กับความจริง : กาพย์ยานี๑๑

    ความจริง คือสิ่งที่...........................ทุกชีวี ต้องประสบ
ไม่ว่า บวกหรือลบ.............................จำสยบ ยอมจำนน

    สัจจะ เชื่อมสาเหตุ..........................วางขอบเขต เผด็จปลายผล
ปะเหมาะ เฉพาะคน...........................ตามเงื่อนกล กฎแห่งกรรม

    ป่วยการ ไปฝันเพ้อ..........................หลงละเมอ(หา) สิ่งเลิศล้ำ
ทำ(อะไร)ได้ (ให้)ตั้งใจทำ..................สำคัญสุด สามารถมี

    ความเชื่อ-ค่านิยม............................ในสังคม สะสมวิถี
ล้นหลาม ตามฤดี...............................จินตนาการ แผ่พรรลาย(พรรลาย=เกลื่อนกลาด)

    (หาก)ไม่สอด คล้องความจริง.............เท่า(กับ)ทอดทิ้ง ผลทั้งหลาย
เวลา ทรัพย์มากมาย...........................สูญเสียหาย หลงใหลพา

    (มิ)หนำซ้ำ ทำให้เกิด........................ทุกข์เลยเถิด สรรพปัญหา
เพราะปราศ จากสัจจา.........................เป็น(แค่)มายา ลวงหทัย

    ซื่อตรง ต่อความจริง..........................จึงเป็นสิ่ง ที่ทำให้
ทันเท่า และเข้าใจ..............................ไม่หลงทาง ย่างชีวี

    ตั้งจิต ไม่คิดคด................................จะไม่หมด ความสุขี
รู้ผิด-ชอบ-ชั่ว-ดี.................................ที่ตรงตาม ความจริงเทอญฯ

๑๖ มกราคม ๒๕๖๑

วันจันทร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2561

สารคดี ตอน นาฬิกาชีวิต ส่งผลต่อสุขภาพได้อย่างไร?

กระดิ่งเงินกระดิ่งทอง : กลอนคติสอนใจ

หนอนนก
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี





ชั้น:
อันดับ:
วงศ์:
สกุล:
สปีชีส์:
T.  molitor

Tenebrio molitor

หนอนนก (อังกฤษ: Mealworm) เป็นชื่อสามัญที่เรียกสำหรับหนอนของแมลงปีกแข็งชนิด Tenebrio molitor ปัจจุบันนิยมเพาะเลี้ยงเป็นสัตว์เศรษฐกิจ โดยมีความสำคัญใช้เป็นอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะ สัตว์เลี้ยงสวยงาม เช่น ปลาสวยงาม, นกสวยงาม, สัตว์เลื้อยคลาน รวมถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กบางชนิด เช่น แฮมสเตอร์ หรือ กระรอก
รูปร่างของหนอนนก เป็นหนอนที่มีเปลือก มีลำตัวยาวเรียวทรงกระบอกสีน้ำตาลอมเขียว เมื่อโตเต็มที่มีความกว้างลำตัว 0.28-3.2 มิลลิเมตร ยาว 29-35 มิลลิเมตร น้ำหนัก 0.2-0.24 กรัม มีอายุประมาณ 55-75 วัน ก่อนจะเข้าสู่ภาวะดักแด้ ซึ่งจะมีอายุในวงจรนี้ราว 5-7 วัน จากนั้นจะลอกคราบเป็นตัวโตเต็มวัย ซึ่งจะเป็นแมลงปีกแข็งลำตัวสีน้ำตาลอมดำ ซึ่งจัดเป็นแมลงศัตรูพืช มีถิ่นกำเนิดในทวีปยุโรปในที่ ๆ ที่มีอากาศค่อนข้างหนาวเย็น ซึ่งตัวเต็มวัยจะมีอายุเฉลี่ยประมาณ 3-6 เดือน ตัวเมีย 1 ตัว วางไข่ได้ 1-2 ฟอง/วัน หรือ 80-85 ฟอง/ตลอดวงจรชีวิต
คุณค่าของหนอนนก คือ เป็นอาหารที่มีทั้งโปรตีนและไขมันค่อนข้างสูง โดยเฉพาะไขมัน ในปลาสวยงามบางชนิด เช่น ปลาอะโรวาน่า หากให้หนอนนกในปริมาณที่มาก ปลาจะติดใจในบางตัวอาจจะไม่ยอมกินอาหารชนิดอื่นเลยก็เป็นได้ และจะสะสมไขมันในตัวซึ่งจะนำมาซึ่งอาการตาตก
นอกจากนี้แล้ว ในบางพื้นที่ ยังมีผู้รับประทานหนอนนกเป็นอาหารอีกด้วย ด้วยการทอดเช่นเดียวกับแมลงชนิดอื่น ๆ ที่รับประทานได้
ปัจจุบัน ได้มีผู้เพาะเลี้ยงหนอนนกเป็นสัตว์เศรษฐกิจ โดยโรงเรือนที่เพาะต้องเป็นสถานที่ ๆ โปร่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก ที่สำคัญคือ ต้องไม่ชื้น หากชื้นหนอนนกจะตายด้วยเชื้อราและไม่มีศัตรูตามธรรมชาติมารบกวน เช่น จิ้งจก, ตุ๊กแก หรือ มด ผู้ที่เลี้ยงสัตว์ เมื่อซื้อหนอนนกไปแล้ว จะนิยมเก็บด้วยการเทใส่ถาดหรือถังพลาสติกที่มีความสูงพอสมควรที่หนอนนกไม่สามารถปีนออกมาได้ ปิดฝาด้วยภาชนะแบบตะแกรง อาหารที่ให้สามารถให้ได้หลากหลาย ทั้ง ผักชนิดต่าง ๆ อาหารปลาเม็ด หรือ รำข้าว และต้องมีตะแกรงรองพื้น เพื่อช่วยในการร่อนมูลและเปลือกของหนอนนกที่ถ่ายออกมาด้วย
นิยมขายปลีกกันที่ขีดละ 40-80 บาท กิโลกรัมละ 300-500 บาท



กระดิ่งเงินกระดิ่งทอง : กลอนคติสอนใจ

    เห็นสาวๆ นักศึกษา หา(ซื้อ)ข้าวตอก.................(จึงถาม)โปรดช่วยบอก ซื้อใย? วานไขข้อง
(ตอบว่า)เอาไปเลี้ยง กระดิ่งเงิน กระดิ่งทอง..........เพื่อสมปอง ร่ำรวย อวยโชคดี

    (จึง)ลองค้นหา ความรู้ ดูผ่านเน็ต......................อ้างเป็นเคล็ด ลับให้ ได้สุขี
ช่วยทำมา ค้าคล่อง เงินทองทวี..........................ถูกล็อตเตอร์รี่ฯลฯ นิยม (ทั่ว)สังคมไทย

    สอนวิธี บูชา น่าหัวเราะ...................................(เช่น)พูดเพราะๆ กับเขา เอาใจใส่
สิ่งมงคล ล้นหลาม เลิศอำไพ.............................จะหลั่งไหล ให้มาก จนหลากลาน

    กระดิ่งเงิน กระดิ่งทอง คนปองเลี้ยง...................เป็นแค่เพี้ยง ด้วงแมลง แหล่งอาหาร(สัตว์)
เพราะความโง่ งมงาย ในสันดาน.........................จึงเกิดการ เอาอย่าง ล้างปัญญา

    นับว่าเรา โชคดี ที่ไม่หลง(เชื่อ).........................ศีลธรรม ดำรง คงศึกษา
ปฏิบัติตาม คำสอน พุทธศาสดา..........................ใจพิสุทธิ์ อุตส่าห์ พยายาม

    มีเงินทอง ของใช้ ไม่แคลนขาด.........................เพราะใส่ใจ ไม่ประมาท มัธยัสถ์หยาม
วิริยะ หากิน มิหมิ่นความ....................................เหน็ดเหนื่อยยาม ทำงาน หมั่นสู้ทน

    มีสามัญ สำนึก ตรึกตรองเหตุ............................ปฏิเสธ เจตนา อกุศล
มโนธรรม ความดี ที่ดาลดล................................(เสริม)สิริมงคล ล้นหลาย ให้ชีวี

    อบายมุข ทุกอย่าง อยู่ห่างเหิน..........................สุจริตธรรม ดำเนิน เพลินสุขี
ความเมตตา กรุณา เอื้ออารี................................กล่อมฤดี ปรีดิ์เปรม เกษมปอง

    เชื่อถือกฎ แห่งกรรม นำโชคชะตา......................กุศลกรรม นำพา สุขสนอง
เรื่องไม่จริง (ของ)กระดิ่งเงิน กระดิ่งทอง...............ปล่อยให้คน เขลาข้อง ซ่องสุมเทอญฯ

๑๕ มกราคม ๒๕๖๑