ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

ขอขอบคุณทุกท่าน ที่กรุณาแวะเวียนมาเยี่ยมชม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะได้รับสิ่งที่คิดประสงค์ ผลงานเหล่านี้ผู้เขียนเรียบเรียงขึ้นทำเป็นบันทึกความจำและอบรมจิตใจตนเอง ผู้เขียนหาได้มีความเป็นอริยะแต่อย่างใดไม่ ( เดิมที แต่งเฉพาะกลอนธรรมะ จึงใช้นามปากกาว่า avijjapikkhu ที่จริงต้องพิมพ์ว่า avijjabhikkhu แต่ตอนสมัครสร้างเว็ป เกิดทำพลาด เข้าไปใช้ชื่อนั้นไม่ได้ ต้องสร้างเว็ปใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน )
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ

วันพุธที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

นิติธรรม : กลอนคติธรรม



นิติธรรม : กลอนคติธรรม

๏    กฎหมาย (ย่อม)กลายเป็น เศษกระดาษ.........ถ้าขาด คนประพฤติ ยึดถือ
เลือกปฏิบัติ แก่กัน นั้นฤา..............................ก็คือ ความ อ ยุติธรรม

๏    สาบาน ฉันไม่ โกหก..................................(คือ)ขั้นตอน ตลก ขบขำ
ตัดสิน ตามใจ ไกรกรรม................................(คือ)กระบวนการ ยุติธรรม กำมะลอ

๏    เมื่อใจ ไร้ซึ่ง สุจริต.....................................ถูก-ผิด คิดได้ ที่ไหนหนอ?
(เป็น)คนออก กฎหมาย บ้าบอ........................(เป็น)ผู้ใช้ กฎหมายก็ กาลี

๏    ช่วยคน ชั่วรอด ยอดเก่ง...............................ครื้นเครง ทนาย วิถี
เสนียด เกียรติศัพท์ อัปรีย์..............................ไม่มี ศีลธรรม ต่ำตม

๏    กำราบ คนชั่ว กลัวโทษได้............................ทำให้ คนดี มีสุขสม
นิติ ปรัชญา น่านิยม.......................................สังคม อุดม สันติธรรม

๏    ระเบียบ วินัย ใคร่ขบ....................................เพื่อสร้าง ความสงบ สบล้ำ
หาใช่ ให้ลอบ ครอบงำ...................................จองจำ กำกับ กาย-ใจ

๏    เครื่องมือ ของการ ปกครอง...........................จะต้อง เสริมส่ง ความโปร่งใส
กฎระเบียบ กติกา ใดๆ....................................มุ่งให้ เกิดความ จำเริญ

๏    การอวด อำนาจ บาตรใหญ่............................หาใช่ สิ่งน่า สรรเสริญ
กฎหมาย จะกลายเป็น ส่วนเกิน.........................ถ้าเพลิน ออกเพรื่อ เอื้อ อธรรมฯ

๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๐

วันอังคารที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ชีวีไซร้ไม่ว่างเปล่า : กลอนคติชีวิต



ชีวีไซร้ไม่ว่างเปล่า : กลอนคติชีวิต

๏    มองนภดล ยลใส ไร้เมฆินทร์....................แท้จริงไซร้ ไม่สิ้น สรรพสิ่งสรรค์
(เช่น)ลม-ไอน้ำ-ความร้อน-ชื้นฯลฯ กลมกลืนกัน...ตามแต่ชั้น บรรยากาศ บทบาทมี

๏    ก่อกำเนิด เมฆา เกลื่อนปรากฏ..................แลทอนลด แรงพลัง สูรย์รังสี
กลั่นตัวยล ฝนหยาด รดปัถพีฯลฯ.................ล้วนเกิดที่ ท้องฟ้า คคนานต์

๏    ชีวิตของ คนเรา มิเปล่าว่าง.......................ไม่เป็นอย่าง คนช่างคิด ประดิษฐ์ขาน
ไม่เหมือนอย่าง คนช่างพูด จุดดวงมาน.........ฮึดอาจหาญ ลานหลั่ง กำลังใจ

๏    ทุกชีวี มีเวรกรรม ตามกำกับ.......................การอยู่รอด สอดรับ กับเงื่อนไข
อดีตกาล กระทำ กรรมอะไร........................บุญ-บาปไป ให้ผล โดนกลับคืน

๏    ปรารถนา อะไร ง่ายสำเร็จ.........................ถ้ามีบุญ หนุนเบ็ด เสร็จดาษดื่น
เกิดอุปสรรค หนักหนา โศกสะอื้น.................เมื่อมีบาป สาปยื่น คืนสนอง

๏    อย่าก่อกรรม ทำเวร เป็นทายาท..................สิไม่แคล้ว แร้วคลาด อนาถข้อง
หมั่นทำบุญ สุนทาน ธรรมครรลอง................สิโชคดี มิพร่อง ตามต้องการ

๏    เหมือนเมฆน้อย ลอยคว้าง บดบังแดด..........ลดร้อนแผด ร่มเย็น เป็นสุขศานติ์
บุญระบือ ถือศีล ถวิลทาน...........................จะบันดาล ลดโศก ปลอดโรคภัย

๏    แม้แต่พุทธ (ธะ)ชินสีห์ ยังมีกรรม(เก่า).........(คน)สามัญส่ำ ธรรมดา อย่าสงสัย
ต่างมีเวร มีกรรม เก่าทำไว้...........................ตามชดใช้-ได้รับ สดับเทอญฯ

๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๐

วันจันทร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

มนุษย์ไม่ใช่สัตว์ประเสริฐ : กลอนแปด





มนุษย์ไม่ใช่สัตว์ประเสริฐ กลอนแปด

๏    คิดว่าความ อยากได้ อยากจะมี................คือวิธี ที่ทำ นำสุขสม
จึงสร้างสรรค์ ตัณหา หลากระดม................อภิรมย์ สมบูรณ์ สุนทรีย์

๏    อยากจะได้ ใช้ของ ปองวัตถุ....................เพื่อบรรลุ (ความ)ทันสมัย วิไลศรี
อยากเป็นผู้ อยู่ดี กินของดี.........................ใช้ชีวี นิยาม ตามสบาย

๏    มุ่งทะเยอ ทะยาน มิลาญลด.....................(ความ)อยากทวี มิหมด มอดหดหาย
มิเว้นว่าง สร้างทำ ความวุ่นวาย...................ตามอุรา ระหาย ตะกายตะกลาม

๏    เชิดชีวี รี่เร่ง เพ่งเพริศผล.........................กระเสือกกระสน ล้นใจ ไร้หักห้าม
ความโลภมาก ถากโถม ทุกโมงยาม.............บังเกิดความ ร้อนรุ่ม สุมฤดี

๏    ปมปัญหา มากหลาย ในชีวิต.....................เกิดจากคิด ผิดทาง ย่างวิถี
ความเดือดร้อน ทอนใจ ในชีวี......................เพราะว่ามี เรื่องอยาก มากเกินไป

๏    สภาวะ โลกร้อน สะท้อนชัด.......................เกิดเพราะคน กมลกลัด กำหนัดใคร่
ผลสนอง ของกรรม นำบรรลัย......................หวนคืนให้ ได้ทุกข์ ร้อนรุกรน

๏    อยู่ลำบาก ยากเย็น เป็นลำดับ.....................ความขันคับ นับวัน ทะยานข้น
ลบล้างหมด โคตรเหง้า เผ่าพันธุ์คน...............ตลอดจน อีกหลาย สัตว์สายพันธุ์

๏    มนุษย์ไซร้ ไม่ใช่ สัตว์ประเสริฐ....................ทว่าเกิด มาสร้าง ปัญหาสรรค์
ทั้งโลกหล้า ประดา สัตว์สามัญ......................ไม่มีวัน หมั่นทำ ทรามเท่าเอยฯ

๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๐

*คำเตือนจาก “เอดีบี” “โลกร้อน” ทำเศรษฐกิจเอเชียเสี่ยง

วันอาทิตย์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ตามหาพระอรหันต์เพื่อทำบุญ : กาพย์ฉบัง๑๖



ตามหาพระอรหันต์เพื่อทำบุญ : กาพย์ฉบัง๑๖

๏    คนมิศึกษาธรรมวินัย...................เชื่อตามเขาไป
โดยไม่ไตร่ตรองคลองธรรม

๏    คนถูกความโลภครอบงำ.................ก่อบาปหยาบกรรม
เลวทรามต่ำช้าสะสม

๏    คนมีปัญญาโง่งม.................ปรารถนาปรารมภ์
อุดมผลได้จาก(การ)ให้ทาน

๏    เกิดความทะเยอทะยาน...................กำเริบเสิบสาน
ต้องการพระอรหันต์หา

๏    (เพื่อ)ทำตามคำขานพรรณนา.....................ที่สุดโลกา
ยอดเนื้อนาบุญสุนทร

๏    จึงถูกคนพาลชาญซ่อน................ทุจริตจิตย้อน
เล่นละครขบตบตา

๏    หลอกให้บริจาคทรัพยา..................มอบแก่อาตมา
ผู้สิ้นอาสวะสาไถย

๏    ผลบุญหนุนให้ได้ดั่งใจ.................ต้องการสิ่งใด
สำเร็จเสร็จได้ในเร็ววัน

๏    หลับหูหลับตาพากัน..................บริจาคพัลวัน
ให้แก่พระอรหันต์กำมะลอ

๏    บุญสนองต้องตามหรือหนอ?...................เหตุการณ์บ้าบอ
(จะ)เกิดก่อกับ(คน)ไทยไม่หมดเอยฯ  
      
๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๐

*ย้อนรอยพระฉาว! รวมพระในตำนาน โด่งดังเป็น 'คดีความ' ทุกรูป

วันเสาร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

เอาลูกแมวมาทิ้ง วิถีชาวพุทธ? : กลอนหก



เอาลูกแมวมาทิ้ง วิถีชาวพุทธ? : กลอนหก

๏    ลูกแมว ตัวแล้ว ตัวเล่า.....................ถูกเอา มาทิ้ง ยิ่งกว่า
ชีวี มีไม่ ไร้ค่า...................................หรือว่า ช่างน่า รำคาญ

๏    หลายตัว ยังกิน ก็แต่........................นมแม่ สุทธา อาหาร
ถูกทิ้ง เท่ากับ ทรมาน.........................ประหาร ชีวา ตราตรอง

๏    ช่วยเหลือ ตัว(เอง)ยัง ไม่ได้...............(ถูก)ทิ้งให้ ภัยผจญ ท้นสนอง
(ถูก)หมาฟัด กัดตาย ก่ายกอง...............เจ็บไข้ จนต้อง มรณา

๏    ลูกตน คนยัง ทิ้งยับ...........................ลูกแมว แกล้วกับ นับประสา
นิยม ทิ้งตาม วัดวา..............................หวังว่า พระจะมา ใส่ใจ

๏    เลี้ยงสัตว์ จัดเป็น ภาระ.......................แล้วพระ มีหน้า ที่ไหม?
แมวกิน แต่ปลา แต่ไก่..........................เอาเงิน จากไหน มาซื้อ?

๏    ทำให้ ผู้อื่น ดื่นทุกข์...........................ตัวเห็น เป็นสุข นักหรือ?
ทิ้งแมว แล้วคลาด ปราดฤา?..................แท้คือ ก่อกรรม ทำเวร

๏    ผลกรรม จะตาม สนอง........................แลต้อง ลำบาก ยากเข็ญ
ทุกข์กาย ทุกข์ใจ ไม่เว้น........................ต้องเป็น โรค-ภัย ตายตามฯลฯ

๏    พรากลูก พรากแม่ แพร่ผล...................ต่อตน โดนพราก หลากขาม
จากลูก จากแม่ แลลาม..........................คือความ วิบัติ ถนัดเอยฯ

๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๐

วันศุกร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

หัวใจของการพัฒนา : กลอนหก



หัวใจของการพัฒนา : กลอนหก

๏    หัวใจ ของการ พัฒนา.....................(คือ)ไม่หลง อัตตา ปราศรัย
สอดส่อง ส่วนด้อย คอยไกร................แก้ไข ให้ล้ำ บำเพ็ญ

๏    เหลียวดู ผู้คน ล้นหล้า.....................ศึกษา ส่วนดี มีเห็น
แนวคิด กิจวัตร จัดเจน.......................เลือกเฟ้น เป็นครู สู่เจริญ

๏    ทำใจ ให้ตรง ทรงสถิต.....................สุจริต จิตมั่น สรรเสริญ
อุตส่าห์ อย่าเผลอ เล่อเลิน..................เพลิดเพลิน ประมาท ปัดปอง

๏    ไม่ดื้อ ถือรั้น ดันทุรัง........................ระมัด ระวัง พลั้งผอง
ยึดถือ ซื่อสัตย์-ถูกต้อง........................เกี่ยวข้อง แค่ทาง สร้างสรรค์

๏    มุ่งมาด ทัศนีย์ ชีวิต.........................ความคิด จิตใจ (จง)หมายมั่น(ทัศนีย์=งาม)
พัฒนา เสียก่อน จรจรัล.......................คือหลัก สำคัญ จรรยา(จรจรัล=เที่ยวไป)

๏    หากแม้น ความคิด จิตคด..................จ่อจด ทุจริต มิจฉา
ต่อให้ หัวดี ปรีชา...............................(ก็)ไม่อาจ พัฒนา ประไพ

๏    ประเทศ สมบูรณ์ มูนหลาก.................แต่หาก ประชา สาไถย(มูน=มาก)
ความคิด จิตขัน จัญไร.........................จนตาย ไม่อาจ พัฒนา

๏    (ประเทศ)ก่อตั้ง กลางป่า ทะเลทราย....(หาก)ขวนขวาย หมายมาด ปรารถนา
พลเมือง มีน้อย คอยอุตส่าห์..................(ย่อม)เก่งกล้า กว่าใคร ในปัถพีฯ

๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐

วันพฤหัสบดีที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

นับถือศาสนาทำไม? : กลอนคติสอนใจ



นับถือศาสนาทำไม? : กลอนคติสอนใจ

๏    เพื่อความ เข้าใจ ในชีวิต..................(ปราชญ์)โบราณ หมั่นคิด วินิจฉัย
ค้นหา ความจริง ที่ยิ่งใหญ่..................(พบแล้ว)เผยแผ่ ออกไป ให้รู้กัน

๏    อุบัติ ปรัชญา ศาสนจักร....................กฎ-หลัก-กิจกรรม ธรรมาขันธ์
วิธี ดำรง คงชีวัน................................โทษทัณฑ์-สันติ์สุข ผูกพันคน

๏    เพื่อให้ ผู้ที่ มีความคิด.......................อยากมี ชีวิต วิจิตรผล
เข้าใจ ความจริง สิ่งสากล....................รู้ทาง วางตน ล้นเลิศมี

๏    บริษัท ศรัทธา มาเลื่อมใส..................ทุ่มเท กาย-ใจ ในวิถี(บริษัท=หมู่,คณะ)
เข้าร่วม ปฏิบัติ ศาสนพิธี......................หวังใน ผลดี ที่ปลายทาง

๏    เกิดความ มั่นใจ ในชีวิต.....................สิล้ำ สัมฤทธิ์ ประสิทธิ์สล้าง
หมดความ กังวล กระมลวาง..................ลบล้าง งวยงง สิ้นสงสัย

๏    แต่ถ้า ศาสดา สั่งสอนผิด....................แค่คิด เอาเอง เคร่งหลงใหล
หลอกลวง สาวก ตกลงไป.....................สู่ทาง สาไถย ไสโศกี

๏    นับถือ ทำไม? ให้วิบัติ........................ไม่ตรง ตามสัจ วัฒนวิถี
ศรัทธา ทำไม? เมื่อไม่มี.........................ผลดี พิสุทธิ์ ชุติมา

๏    เลิกงง หลงเชื่อ เหลือชีวิต...................ไว้คิด วิจารณญาณ ขันศึกษา(ขัน=แข็งแรง,กล้าหาญ)
เสาะหา สัจจริง สิ่งสัมมา........................เกื้อหนุน คุณค่า ผาสุกเทอญฯ

๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๐