ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

ขอขอบคุณทุกท่าน ที่กรุณาแวะเวียนมาเยี่ยมชม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะได้รับสิ่งที่คิดประสงค์ ผลงานเหล่านี้ผู้เขียนเรียบเรียงขึ้นทำเป็นบันทึกความจำและอบรมจิตใจตนเอง ผู้เขียนหาได้มีความเป็นอริยะแต่อย่างใดไม่ ( เดิมที แต่งเฉพาะกลอนธรรมะ จึงใช้นามปากกาว่า avijjapikkhu ที่จริงต้องพิมพ์ว่า avijjabhikkhu แต่ตอนสมัครสร้างเว็ป เกิดทำพลาด เข้าไปใช้ชื่อนั้นไม่ได้ ต้องสร้างเว็ปใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน )
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ

วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ส่งเสริมการทุจริต : กลอนสะท้อนสังคม



ส่งเสริมการทุจริต : กลอนสะท้อนสังคม

    ประเทศหลง ส่งเสริม การทุจริต..............ข้าราชการ ทำกิจ ผิดกฎหมาย
ยอดนิยม ย่ำแย่ คือแค่ย้าย........................เท่าให้ท้าย คนผิด วิกฤติการณ์

    ประเทศที่ ยังคอย ด้อยพัฒนา................งบประมาณ ผลาญพร่า มหาศาล
ส่วนใหญ่เป็น เงินเดือน ข้าราชการ..............ที่ทำงาน เช้าชาม เย็นชามชิน

    สารพัน ปัญหา นโยบาย........................กู้มากมาย ใช้เงิน เพลินถวิล
เพื่อวัตถุ ประสงค์ แบ่งโกงกิน.....................ทุกกระทรวง ท้องถิ่น กินบรรลัย

    ซื้อตำแหน่ง หน้าที่ มีผลประโยชน์...........การสอบเข้า(ทำงาน) ฉาวโสต โฉดวิสัย
ความเจริญ ก้าวหน้า ข้าราชการไทย.............อยู่ที่คน ของใคร ใช่ผลงาน

    นักการเมือง เลื่องชื่อ ลือกระฉ่อน.............คอยกัดกร่อน แผ่นดิน จนสิ้นศานติ์
หาประโยชน์ ให้ตน มลสันดาน....................(มี)ข้าราชการ ช่วยเหลือ จะเหลืออะไร?

    กินมูมมาม ลามล้น จนถูกจับ(ได้)..............ยุติธรรม ส่ำสรรพ กำกับได้
พิจารณา คดี มิใส่ใจ..................................เป็นสิบปี ขึ้นไป ใช้เวลา

    กระบวนการ เชื่องช้า อยุติธรรม.................เสริมทุจริต กิจกรรม จนล้ำหน้า
โทษจำคุก ก็แค่รอ ลงอาญา........................จะมีหมา ตัวไหน ตกใจกลัว?

    ประเทศที่ ยากหยุด การทุจริต...................การดำเนิน ชีวิต วิปริตทั่ว
ผู้คนต่าง หวังแต่ เห็นแก่ตัว..........................สันดานเสีย(เหี้ย) เนียนัว มัวเมาเอยฯ

๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๙

ศูนย์คุณธรรม เผยผลสำรวจ สถานการณ์คุณธรรมของสังคมไทย 
พบปัญหาทุจริตคอร์รัปชันยังคงเป็นวิกฤตหลัก รองลงมาคือปัญหาความสามัคคี.... 
อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/social/general/451175

วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2559

วงจรโง่-จน-เจ็บป่วย : โคลงสี่สุภาพ




วงจรโง่-จน-เจ็บป่วย : โคลงสี่สุภาพ

๑. ชีวีช่างหลากล้น..........................ลำเค็ญ
อนาคตมืดมนเห็น........................สว่างไร้
ความยากจนจำเจน......................ปกติ
บ่มีวิธีให้....................................หลุดพ้นชะตากรรมฯ

๒. การศึกษา-ความรู้........................ขาดมี
การดำรงชีวี................................ยากแค้น
อยากอยู่ดีกินดี............................ฝันใฝ่
แต่ไคลความคิดแม้น.....................คนไร้ปรีชาฯ

๓. สติปัญญาต่ำช้า...........................โง่เขลา
เรียนอะไรไม่ทันเขา.......................คลาดรู้
แถมงมงาย-มัวเมา.........................ที่สุด
ประดุจเดรัจฉานผู้..........................ด้อยวิวัฒนาการฯ

. รำคาญความเจ็บไข้.......................อ่อนแอ
ป่วยบ่อยๆคอยแล..........................โทษฟ้า
โรคทางพันธุกรรมแจ......................จดจ่อ(แจ=ไม่คลาด,ไม่ห่าง)
ก่อแต่ความเหนื่อยล้า......................สิ้นเนื้อประดาตัวฯ

. กลับกลัวการไร้ลูก.........................สืบสกุล
คลอดมาก็อาดุร.............................เดือดร้อน
สอนลูกจงเจือจุน............................ตอนแก่
ดูแลอาหารป้อน.............................ป่วยไข้อุปถัมภ์ฯ

๖. ใยไม่คำนึงข้อ..............................เท็จจริง
ลูกเกิดมาย่อมอิง.............................ชาติเชื้อ
โง่-จน-เจ็บป่วยฯลฯพิง......................พ่อแม่
แลสืบสันดานเรื้อ..............................ต่ำช้ามนาสานฯ

. วงจรการทุกข์ท้อ............................ทรมาน
คงอยู่ตราบกัปกาล............................ไป่สิ้น
เพราะขาดวิจารณญาณ.......................สุจริต
คิดเห็นแก่ตัวดิ้น-...............................รนให้สมหวังฯ

๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๙

วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เพศศึกษา : กลอนธรรมะ



เพศศึกษา : กลอนธรรมะ

    ผู้พะวง หลงใหล ในกามคุณ..................จะถูกกระตุ้น ให้เกิด ความกระสัน
ราคะจริต จิตไส ใจผลักดัน.......................ให้มุ่งมั่น ตัณหา กามารมณ์

    ธรรมชาติ ใช้มัน ปานเครื่องมือ...............เพศสัมพันธ์ นั้นคือ ทางสร้างสม
สืบสายพันธุ์ พืช-สัตว์ พัฒน์อุดม................แต่โบราณ นานนม บ่มชีวี

    ถ่ายทอดลักษณ์ จากพ่อแม่ แพร่สู่ลูก......เพศสัมพันธ์ พันผูก ความสุขี
ระหว่างกัน ภรรยา และสามี.......................เป็นวิถี ชีวา ประจำเรือน

    ดวงกระมล คนลี้ ดิรัจฉาน......................สัญชาตญาณ มีไซร้ ไม่ป่าเถื่อน
ภูมิปัญญา สูงกว่าสัตว์ สามารถเตือน...........ยับยั้งใจ ให้แชเชือน เบือนมลทิน

    มีแค่คน โง่เขลา คิดเมามาย...................อยากกระหาย ใคร่สมสู่ มิรู้สิ้น
หาคู่นอน ไม่ใช่ คู่ชีวิน..............................เสมือนการ หากิน-สัตว์วิญญาณ

    สมสู่อย่าง คลั่งไคล้ ไม่เลือกหน้า.............อย่าหวังว่า จะมี ปาฏิหาริย์
คนสำส่อน ไม่เป็น ที่ต้องการ......................ของผู้ประสงค์ วงศ์วาน สร้างว่านเครือ

    ลดราคะ จริต จิตจะใส............................กามารมณ์ ข่มได้ ไม่มีเหลือ
สัญชาตญาณ ผลาญไร้ ได้ทุกเมื่อ................ถ้าหากเชื่อ กำลังใจ ไกรอนันต์

    ความสำส่อน ทางเพศ คือเหตุผล..............ทำให้คน เสื่อมทราม สิ้นสุขสันติ์
คนเจ้าชู้ หลายใจ มักได้ทัณฑ์......................ดลชีวัน บรรลัย (เห็นได้)ทั่วไปเอยฯ

๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๙

วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2559

Climate Change: What Happens If The World Warms Up By 5°C?

Climate Change: What happens If The World Warms Up By 3°C?

การสามัคคี : กาพย์ยานี๑๑



การสามัคคี : กาพย์ยานี๑๑

    เชือกกล้วย ฟั่นเป็นเกลียว...............ย่อมแน่นเหนียว ขึ้นฉันใด
คนเรา คราวร่วมใจ.............................ร่วมสมัคร รักสมาน

    ย่อมเกิด ความเข้มแข็ง...................มีเรี่ยวแรง มุ่งทำงาน
ให้เสร็จ สำเร็จการ.............................เพริศพิสดาร ตามประสงค์

    ความรัก สามัคคี............................คือความดี ควรจำนง
คู่ใจ ให้มั่นคง....................................จะเสริมส่ง วิเศษศรี

    ลดความ เห็นแก่ตน........................เป็นเงื่อนกล การสามัคคี
เมตตา เอื้ออารี..................................อย่างถ้อยที ถ้อยอาศัย

    ประโยชน์ ของส่วนรวม.....................(การ)มีส่วนร่วม=หลักหัวใจ
ลดความ ดื้อดึง;ไม่.............................ทำตามใจ ของตัวเอง

    สามัคคี สิมืดมน...............................ถ้าต่างคน ต่างอวดเบ่ง
ทายท้า ข้านักเลง................................อลเวง ข่มเหงกัน

    ควายยัง รู้(จัก)รวมฝูง........................คนอวดสูง กว่าพวกมัน
อย่าเอา แต่เมามัน................................ทะเลาะกัน ลามบรรลัย

    รู้รัก สามัคคี.....................................ตราบชีวี สิหาไม่
รักษา ประเทศไทย...............................ให้ยงอยู่ คู่นิรันดรฯ

๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๙

วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ยารักษาโรคใจ : กลอนหก



ยารักษาโรคใจ : กลอนหก

    เกิดขึ้นแล้ว ย่อมดับไป.................มีแล้วไซร้ หายไปสิ้น
คือหลักธรรม ค้ำแผ่นดิน...................ครอบชีวิน สิ้นทรัพย์ปวง

    สิ่งที่รัก พิทักษา..........................ทุ่มอุรา มาแหนหวง
ให้คุณค่า เสมอทรวง........................(ล้วน)มิอาจล่วง(พ้น) อนิจจัง

    ความไม่เที่ยง เคียงพิภพ................มหรรณพ กระทบฝั่ง
หน้าผาหิน ยังภินท์พัง.......................ด้วยพลัง แรงสัจจา

    เสื่อมสลาย และหายลับ..................พานพบกับ สรรพพันธ์ว่า
ทุกสิ่งสัจ อนัตตา..............................อย่าถือสา หาตัวตน

    ไม่ยึดมั่น ไม่ถือมั่น.........................เป็นหลักกรรม์ ธรรม์กุศล
ประจำไว้ ในกระมล............................เพื่อประจญ วังวนวัฏฏ์

    หยุดตัณหา อย่าอาลัย.....................พึงใส่ใจ ใฝ่ฝึกหัด
แก้(ไข)อารมณ์ โทมนัส......................ช่วยกำจัด กลัดกลุ้มจินต์

    รู้ความจริง สิ่งซ่อนเร้น.....................ทรงคุณเช่น เป็นศุภสิน
เปิดวิชชา ประภาชิน...........................คู่ชีวิน มิเปลี่ยนแปลง

    คือโอสถ ลดพิษไข้.........................รักษาใจ ให้เข้มแข็ง
ฟื้นพลัง สร้างเรี่ยวแรง.........................กลับคืนแกร่ง กำแหงเอยฯ

๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๙