ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

ขอขอบคุณทุกท่าน ที่กรุณาแวะเวียนมาเยี่ยมชม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะได้รับสิ่งที่คิดประสงค์ ผลงานเหล่านี้ผู้เขียนเรียบเรียงขึ้นทำเป็นบันทึกความจำและอบรมจิตใจตนเอง ผู้เขียนหาได้มีความเป็นอริยะแต่อย่างใดไม่ ( เดิมที แต่งเฉพาะกลอนธรรมะ จึงใช้นามปากกาว่า avijjapikkhu ที่จริงต้องพิมพ์ว่า avijjabhikkhu แต่ตอนสมัครสร้างเว็ป เกิดทำพลาด เข้าไปใช้ชื่อนั้นไม่ได้ ต้องสร้างเว็ปใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน )
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ

วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

เส้นแบ่งแห่งสุข-ทุกข์ : กลอนคติชีวิต



เส้นแบ่งแห่งสุข-ทุกข์ : กลอนคติชีวิต

    อากาศ เดี๋ยวเย็น เดี๋ยวร้อน.....................เดี๋ยวย้อน โปรยปราย สายฝน
กลางเดือน พฤศจิ กายน..........................ผ่านพ้น ต้นหนาว คราวฤดู

    นั่นแค่ คนคำ กำหนด.............................หาใช่ สัจพจน์ ปรากฏสู่
เส้นแบ่ง แห่งกาล ฤดู..............................มีอยู่ ไม่ถนัด ชัดเจน

    ธรรมชาติ สัจจา ชีวาพิศ..........................สุข-ทุกข์ ผูกติด สถิตเห็น
เคล้าคละ ระคน ปนเป็น............................ไม่เด่น เส้นแบ่ง แห่งใด

    บ่อยครั้ง ยังมี ความสุข............................แต่ทุกข์ รุกราน หวั่นไหว
หลายครัน ปัญหา คาใจ............................ก็ได้ โชคดี คลี่ดล

    บางที มีความ สำเร็จ...............................ตั้งเจต เสร็จพาน สนานผล
กลับประสบ พบสรรพ อับจน......................ต้องทน ทุกข์เผ็ด เวทนา

    เรื่องเก่า เศร้ากล้ำ กำสรด........................เรื่องใหม่ ร้ายจรด จ่อหา
เรื่องดี ปรีดิ์เปรม เกษมมา..........................บางที มีมา มากกว่าเดิมฯลฯ

    เอาแน่ เอานอน ได้ไม่.............................มีเสีย มีได้ ไสเสริม
มิควร กำเริบ เหิมเกริม..............................(หรือ)แต่งเติม เวทนา อารมณ์

    ทุกอย่าง ต่างมี เหตุผล............................ดลกรรม จำเพาะ เหมาะสม
จงทำ ความดี วิกรม..................................จะชม ชื่นชัย ไม่คลาดเอยฯ

๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๐

วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

จงเข้มแข็งและพากเพียรเรียนรู้ : กลอนคติชีวิต



จงเข้มแข็งและพากเพียรเรียนรู้ : กลอนคติชีวิต

    ในบางครั้ง คนเรา ก็เขลาคิด........................เพราะฟั่นเฟือน/หลงผิด/จิตฟุ้งซ่าน
ทำสิ่งที่ มิควร สวน(วิถี)อาจาร........................(จง)รู้จักเก็บ ประสบการณ์ ปานบทเรียน(อาจาร=จรรยา)

    ความเจ็บไข้ ได้ป่วย ด้วยโรคา......................มักจะพา กระทำ กรรมผิดเพี้ยน
บังเกิดสิ่ง เสียหาย ให้ติเตียน..........................เป็นอนิจจัง บังเบียน เจียรโลกา(เจียร=ช้านาน)

    ความล้มเหลว เพราะทราม ความสามารถ........คือธรรมชาติ ชีวิต ชวนอิดหนา
(คุณสมบัติ)สิ่งที่มี ที่เป็น เช่นชะตา..................ของเวรกรรม ตามมา ตราชีวี

    สิ่งแวดล้อม สังคม อุดมฤทธิ์.........................เสริมโภคี/วิกฤติ ผลิตวิถี
หนุนบรรลุ เป้าหมาย มากมายมี.......................และขัดขวาง ทางที่ สิพัฒนา

    ความพลั้งเผลอ เผยอเภท เหตุผิดพลาด..........ความประมาท=ปัจจัย ให้ปัญหา
ความมักง่าย มักได้รน ผลทุรา.........................ขาดสติ สินำพา พิบัติภัย(ทุร-=ยากลำบาก)

    เกิดมามี ชีวิต เช่นติดกับ...............................จำยอมรับ กับสัจจะ อัชฌาสัย
เมื่อยังมี เวรกรรม ตามติดไป...........................ต้องชดใช้ ให้หมด กฎแห่งกรรม

    ความเข้มแข็ง ของใจ ช่วยให้อยู่.....................ไร้ระย่อ ต่อสู้ อุปสรรคสำ
ความใส่ใจ ไม่ทุจริต ผิดกระทำ........................จะน้อมนำ จำเริญ เพลินภิรมย์

    จงพากเพียร เรียนรู้ มุพัฒนา..........................จึงจะมี ชีวา สุขะสม
คนไม่ยอม เรียนรู้=ผู้โง่งม...............................ไม่พัฒนา พาจม ตรมตรอมจินต์ฯ

๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๐

วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

อย่าดิ้นรนจนทรมาน : กาพย์ยานี๑๑



อย่าดิ้นรนจนทรมาน : กาพย์ยานี๑๑

    เหนื่อยนัก ลองพักผ่อน.....................ล้มตัวนอน ลงหลับฝัน
วิถี ของชีวัน.....................................ดิ้นรนนั้น มันวุ่นวาย

    มีเรี่ยว มีแรงสู้.................................ค่อยมาดู บรรลุ(เป้า)หมาย
ดี-งาม มิทำลาย................................ความเฉิดฉาย ของคุณธรรม์

    ความโลภ ละโมบมาก.......................สร้าง(ความ)ลำบาก ยุ่งยากผัน
แรงอยาก กระชากดัน.........................แสวงสิ่งอัน มิจำเป็น

    ราคะ ละลดได้.................................ร่มรื่นใจ ทันใดเห็น
ดุจจันทร์ วันผ่องเพ็ญ.........................เร้นมลทิน ถมจินดา

    บรรดา ค่านิยม.................................(ของ)สังคมที่ มิประสา
ปล่อยไป ไม่นำพา.............................เอาปัญญา เป็นอาภรณ์

    พอใจ ในสิ่งที่..................................เป็น-ได้-มี มิเดือดร้อน
ไม่หา ห่วงอาวรณ์..............................ทอนสันติสุข ทุกข์ทรมาน

    ศีลธรรม นำความคิด..........................เสริมประสิทธิ์ วิจิตรศานติ์
สมดุล แห่งบุญทาน............................(กับ)การเก็บออม น้อมสุนทรีย์

    ปัญหา และอุปสรรค...........................ใจประจักษ์ หลักวิถี
ธรรมดา โลกามี..................................มิกังวล ชนม์ชาญเอยฯ

๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๐

วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

มีคุณค่า-ประโยชน์ : กาพย์สุรางคนางค์๓๒



มีคุณค่า-ประโยชน์ กาพย์สุรางคนางค์๓๒

    บุปผา โสภี...........................เพราะมี สีสัน
กลีบดอก อัศจรรย์....................กลิ่นอัน กรุ่นหอม
ใครเห็น ใครรัก........................อยากจัก เก็บรอม
ทะนุ ถนอม.............................ห้อมให้ ใกล้ตน

    ยิ่งกว่า ดอกงาม.....................ความดี วิเศษ
ยากจะ ปฏิเสธ.........................เหตุเพราะ ให้ผล(ไม้)
คนหมาย ขยายพันธุ์.................บันดาล สากล
ทำสวน ถ้วนท้น.......................ไม้ผล-ดอกมี

    พันธุ์ไม้ ใดขาด......................ปราศจาก ประโยชน์
ยิ่งถ้า ให้โทษ..........................หมดคุณ หนุนศรี
เกิดใน ไร่นา............................อย่าหมาย ได้ดี
ยืนหยัด ปัถพี...........................(ต้อง)ถูกย่ำยี บีฑา

    คนเห็น เช่นกัน.......................ผิวพรรณ-รูป-พักตร์
งามนวล ชวนรัก........................พิทักษ์ เสน่หา
คุณสมบัติ ที่ดี..........................มีสติ ปัญญา
ศีลธรรม์ จรรยา........................สามารถ อาจอง

    จึงเกิด ประโยชน์....................รุ่งโรจน์ โจษขาน
เป็นที่ ต้องการ.........................สาธารณ์ ประสงค์
ไม่เสีย ชาติเกิด........................ประเสริฐ เผ่าพงศ์
เลิศล้ำ ดำรง............................คงคู่ โลกาฯ

๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๐

วันพุธที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

สิ่งที่ขาดไม่ได้ในความทันสมัย: กลอนหก



สิ่งที่ขาดไม่ได้ในความทันสมัย: กลอนหก

    พยากรณ์ อากาศว่า..........................หนาวอีกครา วันอาทิตย์
แต่บ่อยครั้ง (พยากรณ์)พลั้งพลาดผิด.....อนิจจา หาแม่นไม่

    คอมพิวเตอร์ และดาวเทียม................อุปกรณ์เปี่ยม ทันสมัย
ยังคงเค้า คาดเดาไป...........................ยากเชื่อได้ ไม่(ค่อย)ศรัทธา

    ความสามารถ ของมนุษย์...................ไม่สิ้นสุด มองรุดหน้า
เพียรยืนหยัด พัฒนา...........................แสวงหา ให้มากมี

    ยิ่งโลกา ทันสมัย..............................ยิ่งต้องใคร่ ในวิถี
เท่าทันเทค โนโลยี.............................ของใช้ที่ ช่วยเบาภาร

    ปรับความคิด วิทยา...........................เปิดปัญญา ให้ไพศาล
อย่าสมัคร โง่ดักดาน...........................รีตโบราณ หลงชาญชัย

    คิดนอกกรอบ ชอบสร้างสรรค์..............ช่วยบันดาล ทันสมัย
แต่ความดี มีวินัย................................ต้องมิไร้ ในมนา

    อย่ามักง่าย ไร้ระเบียบ........................(กิจกรรม)ความเรียบร้อย คอยรักษา
เคารพกฎ กติกา.................................(คือสิ่ง)เสริมคุณค่า สามารถคน

    ความซื่อสัตย์ สุจริต...........................สร้างอุกฤษฏ์ ผลิตผล
เป็นพัฒนา การกระมล.........................ข้ามพ้นสัตว์ ดิรัจฉานเอยฯ

๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๐

วันอังคารที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

จงเข้มแข็ง : โคลงสี่สุภาพ



จงเข้มแข็ง : โคลงสี่สุภาพ

๑. ลมหนาวหนุนเนื่องได้..............................หกวัน
อากาศกลับฉับพลัน................................อุ่นร้อน
เครื่องกันหนาวเก็บกัน.............................วายวุ่น
เมฆฝนหมุนกลับย้อน..............................ไม่รู้ฤดูอะไร?

๒. ห่วงใยก็แต่ข้าว......................................กลางนา
รวงแก่ล่วงเวลา......................................เกี่ยวแล้ว
หากสายฝนสาดมา.................................กอล่ม
รวงจม(น้ำ)คงไม่แคล้ว.............................สิ้นเนื้อประดาตัวฯ

๓. ความกลัวต้องประสบ...............................ปัญหา
ภัยธรรมชาติผ่านมา.................................ไป่น้อย
ยากเย็นหมดปัญญา.................................เปลี่ยนปรับ
อับจนทนจ่อมคล้อย.................................สุดแท้แต่ชะตาฯ

๔. หาวิถีทางสู้............................................เหมาะสม
เลิกเอาแต่อารมณ์....................................พล่านพร้อง
ปัญญา-สติ วิกรม.....................................ยึดมั่น(วิกรม=ก้าวล่วงไปด้วยความกล้าหาญ)
หลักจัดการสิ่งข้อง-..................................ขัดให้คลายเข็ญฯ

๕. เยือกเย็นมิย่อท้อ.....................................เผชิญการณ์
ทุกข์ยากอดทนทาน..................................ล่วงรู้
จิตใจหนักแน่นปาน...................................ดินแผ่น
หมื่นแสนอุปสรรคสู้...................................ยาก(ลำบาก)ได้แบ่งเบาฯ

๖. การกำหนดเป้าหมาย................................ก่อพลัง
แต่ทว่าการคาดหวัง...................................อย่าสร้าง
สัจจะแห่งอนิจจัง......................................กุมกฎ
ผิดหวังลดทอนล้าง...................................สุขไร้เสมอๆฯ

๗. เจอความล้มเหลวบ้าง...............................บางครา
หากทุ่มเทอุตสา-......................................หะแล้ว
"ช่างมัน"จิตพิจารณา.................................ครวญข่ม
จะประสบเพริศแพร้ว..................................รุดหน้าต่อไปฯ

๘. จิตใจที่เข้มแข็ง........................................คือประภา
ที่พึ่งของชีวา............................................ยิ่งแท้
เกราะแห่งสติปัญญา...................................ยืนหยัด
สามารถปัญหาแก้......................................ทุกข์กล้าฝ่าฟันฯ

๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๐

วันจันทร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ความแตกต่างของความรัก : กาพย์ยานี๑๑



ความแตกต่างของความรัก : กาพย์ยานี๑๑

    (ความ)รักในสิ่งที่ต่างกัน...................ทำให้ชีวัน
ของคนเรานั้นผันแผก

    ฤดีที่ช่างต่างแตก.................กิจกรรมจำแนก
แบ่งแยกวิถีชีวา

    บางคนสนใจ(การ)ศึกษา..................เรียนรู้วิทยา
โดยไม่ต้องมาบังคับ

    บ้างก็บ่อยากขยับ...................ต้องคอยกำชับ
กำกับขับไสให้ออกกำลัง

    มากมีที่ดันทุรัง...................ห้ามให้ไม่ฟัง
ยังเยาว์เฝ้าอยากมีคู่

    หลายคนสนใจใคร่สู่..................บัดสีมีชู้
มักมากคู่ครองช่องฉล

    แต่สำหรับคนบางคน...................เสรีพิมล
มิสนใจใคร่คู่จอง

    เพื่อสิ่งชื่นชอบตอบสนอง...................ต่างคนต่างปอง
จดจ้องเป้าหมายไปถึง

    เสาะหากิจกรรมคำนึง..................มนาตราตรึง
พึงใจได้ยลผลงาน

    ต่างคนต่างมี(นิสัย)สันดาน.................สมัครฝักสมาน
สร้างความต้องการต่างกันเอยฯ

๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๐