ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

ขอขอบคุณทุกท่าน ที่กรุณาแวะเวียนมาเยี่ยมชม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะได้รับสิ่งที่คิดประสงค์ ผลงานเหล่านี้ผู้เขียนเรียบเรียงขึ้นทำเป็นบันทึกความจำและอบรมจิตใจตนเอง ผู้เขียนหาได้มีความเป็นอริยะแต่อย่างใดไม่ ( เดิมที แต่งเฉพาะกลอนธรรมะ จึงใช้นามปากกาว่า avijjapikkhu ที่จริงต้องพิมพ์ว่า avijjabhikkhu แต่ตอนสมัครสร้างเว็ป เกิดทำพลาด เข้าไปใช้ชื่อนั้นไม่ได้ ต้องสร้างเว็ปใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน )
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ

วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560

เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส : กลอนหก



เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส : กลอนหก

    อุปสรรคที่ มิหย่อนหยุด.......................คือบทพิสูจน์ ความอุตสาห์
ของตนเยี่ยง เพียง(คน)ธรรมดา...............หรือปรีชา มหรรฆชน(มหรรฆ=มีค่ามาก)

    วิถีโลก โศก-เถื่อน-ทุกข์.......................ปรีดิ์เปรม-สุขฯลฯ คลุกเคล้าสน
มีมิตรภาพ ปลาบปลื้มมน........................และมีคน ล้นอันธพาล

    ทยอยมา ท้าประสพ.............................ผลบวก-ลบ พบผสาน(ประสพ=การเกิดผล)
เป็นบ่อเกิด ความทรมาน........................แลบันดาล ศานติมี

    บททดสอบ ความเข้มแข็ง.....................จิตใจแกร่ง แปลงวสี(วสี=ผู้ชำนะตน)
ประสบการณ์ ผ่านชีวี.............................มองให้ดี มีค่าคุณ

    เพียรฝึกฝน ผลประสิทธิ์........................สู้วิกฤติ พิชญะหนุน(พิชญ์=นักปราชญ์)
ความอดทน คือต้นทุน............................สร้างสมดุล ทางอารมณ์

    เรียนรู้ผ่าน (การ)แก้ปัญหา.....................เพิ่มปัญญา พูนสะสม
ปลุกสำนึก ตรึกวิกรม..............................ควรนิยม ชมชื่นจินต์(วิกรม=ก้าวล่วงไปด้วยความกล้าหาญ)

    เปลี่ยนวิกฤติ เป็นโอกาส........................เพิ่ม(ความ)สามารถ พัฒน์ถวิล
พลอยดำเนิน เพลินชีวิน..........................จวบจนสิ้น วิญญาณไป

    ทั้ง(ด้าน)บวก-ลบ ทบทวนคิด..................จะเนรมิต จิตไสว
ทุกอย่างดู เป็นครูได้...............................ย่อมทำให้ ผ่อนคลายเอยฯ

๒๒ กันยายน ๒๕๖๐

วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560

ความสมหวัง : กลอนคติสอนใจ




เส้นทางสู่ความสมหวัง : กลอนคติสอนใจ

    ความสมหวัง......................................มาจากทั้ง โชคดี และฝีมือ
แม้นว่า หมั่นตรึก ฝึกปรือ........................ไม่ถือ ว่ายาก หากอยากหวัง
มุ่งมั่น ต่อความ สำเร็จ............................เป็น ปฐมเหตุ แห่งพลัง
พยายามไป ไม่หยุดยั้ง...........................เช่นคลื่น ซัด(เข้าหา)ฝั่ง สม่ำเสมอ

    ความหวัง..........................................ที่ไม่ ตั้งใจ-ทุ่มเท สร้าง-สรร(สรร=หา)
แตกต่าง อะไรกัน..................................กับความ ฝันอัน เพ้อเจ้อ
หวังสิ่ง ที่เป็น ไปได้...............................มิใช่ ตามใจ ใคร่ละเมอ
ใช้ปัญญา อย่าล่าเล่อ.............................หาให้เจอ ทางที่ มี-ไปถึง

    ประสิทธิภาพ สู่ประสิทธิผล....................ขยัน-อดทน-ดั้นด้นเถิด
กุศลกรรม์ อันประเสริฐ............................คุณธรรม ล้ำเลิศ ควรคำนึง
วิธีการ อันมักง่าย...................................ทุจริต ชั่วร้าย อย่าใคร่รึ้ง
ประสบปัญหา อย่า(เอาแต่)รำพึง...............ไม่ดื้อดึง เมื่อล้มเหลว-พลาดหวัง

    ยอมรับ กับโชค ชะตา............................บุญญา บารมี ที่สร้างไว้
ไม่มีการ เอาอก เอาใจ.............................ไม่มีใคร คอยสดับ รับฟัง
เมื่อผิดหวัง ต้องยับยั้งจิต..........................อย่าคิด ครุ่นพาล ดันทุรัง
โอกาสดี ยังมีหวัง....................................รอผู้ที่ มิหมดหวัง-พลังใจฯ

๒๑ กันยายน ๒๕๖๐

วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560

เปลี่ยนชีวิต : โคลงสี่สุภาพ



เปลี่ยนชีวิต : โคลงสี่สุภาพ

๑.เด็กเกิดมาบ่รู้.................................ศีลธรรม
สัญชาตญาณบัญชากรรม.................ก่อ-สร้าง
ความเห็นแก่ตัวนำ..........................ถนัด
สารพัดสิ่งสนใจอ้าง.........................สืบล้วนโลกีย์ฯ

๒.ศีลธรรมที่ว่างไร้..............................อุรา
จริยธรรมมินำพา.............................แนบเกล้า
ต่างอะไรกับประดา..........................สัตว์ป่า
ดิรัจฉานสันดานเร้า..........................รัดรึ้งฤทัยฯ

๓.ใคร่เบียดเบียนอื่นผู้..........................ประหัตประหาร
ลัก-ชิงฯลฯทรัพย์ศฤงคาร..................หวงไว้
ประพฤติผิด(ทาง)เพศพาล................กำหนัด
ปราศสัตย์ซื่อตรงไซร้.......................ปองร้ายหลอกลวงฯ

๔.(การ)ศึกษาพาล่วงรู้..........................สัจจา
การพินิจพิจารณา............................ถูกต้อง
ผิด-ชอบ-ชั่ว-ดี ศรัทธา.....................สอดส่อง
กุศลครรลองข้อง.............................สอดคล้องยึดถือฯ

๕.คือหนทางเริ่มต้น..............................เปลี่ยนแปลง
ความคิดจิตใจแจง...........................ผ่องแพร้ว(แจง=ขยาย)
กุศลกรรมเกริกสำแดง.......................ประสิทธิ์
เปลี่ยนแปลงชีวิตแคล้ว.....................ชั่วช้าสามานย์ฯ

๖.ชัชวาลวิถีเกื้อ...................................สุจริต
จริยธรรมประจำจิต............................กรรมจ้อง
มีสติมิทำผิด....................................ประมาท
ปรารถนากุศลป้อง.............................แซ่ซ้องศีลธรรมฯ

๗.ความดีมีผลให้..................................ชีวิต
งดงาม-สะอาด-วิจิตร..........................เลิศล้ำ
กุศลคำรณทิศ...................................สบสว่าง
ถากถางมลทินย้ำ...............................ยิ่งยั้งยืนยงฯ

๒๐ กันยายน ๒๕๖๐

วันอังคารที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2560

ความดีมีค่า : กาพย์สุรางคนางค์๒๘



ความดีมีค่า : กาพย์สุรางคนางค์๒๘

๏    .........................................ผีเสื้อ หลากสี
ทำให้ โลกนี้...........................มีความ สดใส
ปีกกว้าง บางเฉียบ...................เปรียบภาพ พิไล
ประดับ ปรับให้........................พงไพร สวยงาม

๏    .........................................บินโบก สะบัด
เสรี ปิยพัทธ์...........................ทัศนา อร่าม(ปิยพัทธ์=ปิยะ+พัทธ์)
ชีวี พิมล................................พ้นสิ่ง เลวทราม
ทุกเมื่อ เชื่อยาม......................สง่าราม ธำรง(ราม=งาม)

๏    .........................................คนดี ทั้งหลาย
ผีเสื้อ เคื้อคล้าย.......................มิวาย ประสงค์
ก่อกรรม ทำดี..........................ศีลธรรม์ มั่นคง
สัตย์ซื่อ ถือตรง........................ยรรยง อุรา(ยรรยง=กล้าหาญ)

๏    .........................................ทำให้ โลกนี้
อัศจรรย์ สันติ์ศรี.......................พิสุทธ์ อุตส่าห์
จิตใจ ใสสะอาด.......................ปราศจาก มารยา
โสมนัส ศรัทธา........................คุณค่า ความดี

๏    ..........................................ความดี หายาก
ในหมู่ ผู้มาก............................กิเลส เศษศรี
คนเห็น แก่ตัว..........................โฉดชั่ว ราคี
กรรมสรรพ อัปรีย์......................บีฑา บ่าเวร

๏    ...........................................คนดี มีค่า
(โดย)ไม่ต้อง ถือสา...................ว่าใคร ไม่เห็น
ผู้มี ศีลธรรม.............................มิก่อกรรม ลำเค็ญ
ย่อมอยู่ ร่มเย็น..........................เป็นสุข นิรันดร์ฯ

๑๙ กันยายน ๒๕๖๐

วันจันทร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2560

เด็กคือผ้าขาว : กาพย์ยานี๑๑



เด็กคือผ้าขาว : กาพย์ยานี๑๑

    เด็กไม่ รู้หรอกว่า..........................คนเกิดมา ต้องอาศัย
(ความ)สามารถ เป็นปัจจัย................ในการทำ มาหากิน

    เริงเร่า เอาแต่เล่น.........................ไม่ว่างเว้น เร้นถวิล
เล่นซน จนลืมกิน............................เรี่ยวแรงสิ้น (ค่อย)ล้มตัวนอน

    ผู้ใหญ่ ต้องถ่ายทอด......................หลัก(การ)อยู่รอด สอดสั่งสอน
พัฒนา ปัญญาธร............................การผัดผ่อน รอนเภทภัย(ธร=ผู้ทรงไว้)

    ศีลธรรม คุณความดี.......................คือวิถี ที่ต้องให้
ถ่ายทอด แต่เยาว์วัย........................ใจยังขาว ราวพัสตรา(พัสตร์=ผ้า)

    ยึดถือ ความซื้อสัตย์.......................ปฏิบัติ ให้เห็นว่า
คือคติ ของชีวา...............................ที่เกิดมา ต้องกระทำ

    งดงาม ความเสียสละ......................ใจเมตตา ประเสริฐล้ำ
รักดี มีมโนธรรม...............................รักษาคำ พูดดุษฎี(ดุษฎี=ความชื่นชม)

    สุรา ยาเสพย์ติด..............................อย่าใกล้ชิด ผิดวิถี
การพนัน มันไม่ดี..............................อย่าริเล่น เป็นโทษจริง

    ผ้าขาว พร้อมจะยับ..........................และซึมซับ รับทุกสิ่ง
อย่าให้ เด็กชายหญิง.........................เป็นเหมือนลิง สิงคีเลย(สิงคี=วัว,ควาย)

๑๘ กันยายน ๒๕๖๐

วันอาทิตย์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560

ความแตกต่างระหว่างคน : กลอนหก



ความแตกต่างระหว่างคน : กลอนหก

    ก้อนเมฆา แต่ละก้อน...................(รูป)ทรงซับซ้อน แตกต่างกัน
พิศให้ดี (ยัง)แผกสีสัน...................มิซ้ำสรรค์ อัศจรรย์เหลือ

    ใบพฤกษา แต่ละใบ.....................ร่วมกิ่งไม้ สายพันธุ์เครือ
เคียงข้างกัน ผันแผกเพรื่อ...............พบทุกเมื่อ เอื้อให้เห็น

    หลักธรรมชาติ ของสัจจา...............ประจักษ์ตา ว่าจริงเป็น
สรรพสิ่งสร้าง แตกต่างเช่น..............เป็นเอกลักษณ์ เฉพาะตน

    เปรียบเสมือน กับชีวัน...................มนุษย์นั้น แผกผันล้น
แตกต่างไป ในบุคคล.....................ตั้งแต่ต้น จนจวบตาย

    แต่คุณค่า หาแตกต่าง...................หากสรรสร้าง อย่างขวนขวาย
ตั้งใจสู้ มิดูดาย..............................อย่าแพ้พ่าย ให้อธรรม

    มีเมตตา มาเผื่อแผ่........................ไม่เห็นแต่ แก่ตนพร่ำ
สำนึกชอบ-ชั่ว-ดี นำ........................กุศลกรรม ล้ำเลิศกล

    เหมือนเมฆา แต่ละก้อน...................บังแดดร้อน ป้อนน้ำฝน
เหมือนพฤกษา ใบสกล.....................สร้างสรรค์ผล ล้นโลกพันธ์

    สิ่งทั้งหลาย มิไร้ค่า.........................ก็เพราะว่า ประโยชน์สรรค์
ใช้ชีวา แต่ละวัน...............................อย่าหฤหรรษ์ ผลาญโลกเลยฯ

๑๗ กันยายน ๒๕๖๐

วันเสาร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2560

ทางเลือก : กลอนคติชีวิต




ทางเลือก : กลอนคติชีวิต

    พายุใหญ่ ไต้ฝุ่น หมุนลม-ฝน........................มาตกบน พสุธา โกลาหล
พัดต้นไม้ บ้านช่อง ของหมู่ชน.........................ระเนระนาด น้ำท้น ท่วมธานี

    ปราศจากซึ่ง ทางเลือก ถูกเสือกไส.................เผชิญภัย ธรรมชาติ อนาถวิถี
ไม่สามารถ หลบเลี่ยง เบี่ยงชีวี..............................โดนเคราะห์กรรม ย่ำยี บีฑาทัณฑ์

    เมื่อชะตา ชีวี ถูกลิขิต...................................ทางเลือกเหลือ น้อยนิด ยากบิดผัน
เมื่อคติ ชีวิต มาติดพัน....................................ตามเวรกรรม์ บัญชา ท้าทระนง

    ถึงจะต้อง ตกต่ำ เจอลำบาก...........................เหน็ดเหนื่อยยาก (ในความ)พยายาม ตามประสงค์
ถึงพบข้อ ข้องขัด พึงหยัดยง............................จิตจำนง จงเผชิญ เดินหน้าไป

    เมื่อเวรกรรม ตามมา ประสิทธิ์ผล.....................ทางเลือกที่ พิมล ยลยาก-ไร้
ดีแต่ยอม พยายาม คล้อยตามไป.......................แม้จะต้อง ฝืนใจ ไม่(คิด)รำคาญ

    อาจจะต้อง เจ็บปวด อย่างรวดร้าว....................เป็นเคราะห์คราว ชีวาตม์ จงอาจหาญ
ถือโอกาส เรียนรู้ ประสบการณ์..........................สั่งสมความ ชำนาญ ชาญชีวี

    ไม่มีสิ่ง อันใด เลวร้ายเท่า...............................ความคิดเขลา เลือกทาง ย่างวิถี
ออกนอกลู่ นอกทาง สว่าง-ดี............................เดินทางที่ ไร้ศีลธรรม กำกับกมล

    ลม-ฝนหนัก เพียงไร ท้ายที่สุด.........................ย่อมต้องหยุด-ล่วงเลย รำเพยผล
ปวงอุปสรรค หนักหนา ดาหน้าชน......................ย่อมผ่านพ้น ไปได้ ให้พยายามฯ