ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

ขอขอบคุณทุกท่าน ที่กรุณาแวะเวียนมาเยี่ยมชม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะได้รับสิ่งที่คิดประสงค์ ผลงานเหล่านี้ผู้เขียนเรียบเรียงขึ้นทำเป็นบันทึกความจำและอบรมจิตใจตนเอง ผู้เขียนหาได้มีความเป็นอริยะแต่อย่างใดไม่ ( เดิมที แต่งเฉพาะกลอนธรรมะ จึงใช้นามปากกาว่า avijjapikkhu ที่จริงต้องพิมพ์ว่า avijjabhikkhu แต่ตอนสมัครสร้างเว็ป เกิดทำพลาด เข้าไปใช้ชื่อนั้นไม่ได้ ต้องสร้างเว็ปใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน )
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ

วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

คำชม-คนชัง : กลอนสำนวนสุภาษิต



คำชม-คนชัง : กลอนสำนวนสุภาษิต

๏    ใครเลย ไม่เคย ประสบ.........................พานพบ กับการ เหยียดหยาม
(โดน)ดูถูก ด้อยค่า น่ารำคาญ...................เพราะเป็น สันดาน ของคน

๏    เอาตัว ชั่ว-ดี เป็นที่ตั้ง..........................คาดหวัง อัตตา มหาผล
โลกีย์ ชีวิน ดิ้นรน...................................ไม่สน คนอื่น ขื่นคณา(คณา=คณะ)

๏    อย่ามาด คาดหมาย ใครจะเห็น...............เราเป็น คนดี มีค่า
แทบจะ ทั้งนั้น พรรณนา...........................ชมเรา เพื่อหา ผลคืน

๏    คนมัก รักเรา เท่าผืนหนัง.......................คนชัง ดั่งเสื่อ เนื้อผืน(มัก=ชอบ)
คนไร้ ไมตรี มีดื่น.....................................คนอื่น ก็เป็น เช่นกัน

๏    อย่าเดือด ร้อนใจ ใครเร้น.......................ไม่เห็น (คุณ)ค่าเรา เคล้า(ขบ)ขัน
โดนเหยียด หยามบ้าง ช่างมัน....................ปราศความ สำคัญ อันใด

๏    เรามี ดี-ชั่ว ตัวเรา(ย่อม)รู้........................ไม่ต้อง การผู้ พินิจฉัย
หลักธรรม สัมมา อธิปไตย.........................เป็นใหญ่ ใช้ยัน ครรลอง

๏    ความจริง สิ่งที่ ควรวิตก..........................รู้อยู่ เต็มอก (ว่าเรา)ยังบกพร่อง
(ความ)ชั่วหลาก มากมาย ก่ายกอง..............ยังครอง ความคิด จิตใจ

๏    ขัดเกรา เราให้ ใสสะอาด........................พิลาส พัฒนา อัชฌาศัย
คำชม-คนชัง อย่างไร................................ให้คล้าย สายลม โหมศิลาฯ(ศิลา=หิน,ผา)

๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๐

เป็นชะตากรรม : กาพย์สุรางคนางค์๒๘



เป็นชะตากรรม : กาพย์สุรางคนางค์๒๘

๏    .......................................บางคน ประมาท
อ้างถ้า ถึงฆาต.......................มิอาจ เลี่ยง(ความตาย)ได้
หากถูก กำหนด......................(ต้อง)หมดอา ยุขัย
อาจต้อง บรรลัย......................(เพียง)ด้วยไม้ จิ้มฟัน

๏    ........................................(ความจริง)คนไม่ ประมาท
ยากจัก ถึงฆาต.......................(น้อย)โอกาส อาสัญ
มีอา ยุยืน..............................แช่มชื่น ชีวัน
ปราศโจทก์ โทษทัณฑ์............(เพราะ)ฉันทะ คุณธรรม(ความไม่ประมาท)

๏    .........................................การไม่ อุตส่าห์
แล้วมา บอกว่า........................เป็นชะ ตากรรม
ที่ต้อง ขัดสน..........................ยากจน ต้อยต่ำ
นั้นผิด คลองธรรม....................และความ เป็นจริง

๏    .........................................อย่ามัว แต่รอ
มือเท้า เง่างอ..........................ขอปา ฏิหาริย์สิ่ง
ปลุกจิต คิดสร้าง......................หาทาง อ้างอิง
ไม่เฉื่อย เนือยนิ่ง.....................ประวิง เวลา

๏    ..........................................แต่ถ้า พยายาม
สุด(ความสามารถ)แล้ว ก็ตาม......ยังทราม ต่ำช้า
ก็ต้อง ยอมรับ...........................กับโชค ชะตา
อย่าได้ วุ่นว้า...........................โศกา อาลัย

๏    ..........................................การมี ชีวิต
อย่าคอย แต่คิด........................โชคชะตา อาศัย
ต้องมี ใจสู้..............................เพียรอยู่ ร่ำไป
ผลเป็น เช่นไร.........................(ค่อย)ปล่อยไป ตามชะตาฯ

๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๐

*งามหน้า! ไทยเบอร์ 1 โลก
เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจักรยายานยนต์ ตายเฉลี่ยวันละ 15 ศพ

วันพุธที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ธรรมะมีไว้ใช้ : กาพย์ยานี๑๑



ธรรมะมีไว้ใช้ : กาพย์ยานี๑๑

๏    ธรรมะ มีไว้ใช้........................มิใช่ไว้ ให้ท่องจำ
พูดจา ภาษิตคำ.........................(แสร้ง)ทำเป็น(คน)ดี มีศาสนา

๏    เพื่อขัด เกลาจิตใจ..................หามิใช่ ให้เอามา
แสวงลาภ-ยศ-สักการ์..................ก่อตัณหา เกลศหลาย(เกลศ=กิเลส)

๏    ปากพร้อง ปกป้องพุทธ.............ใจทุจริต คิดคุดพราย
พบเห็น เป็นมากมาย....................ในสังคม คนบาปหนา

๏    ธรรมะ ประพฤติชอบ..................ต้องประกอบ ด้วยสัจจา
จริงจัง ไม่ร้างรา...........................มีสัมมา ทิฐิ(เป็นพื้น)ฐาน

๏    เริ่มจาก การศึกษา.....................หลักศาสนา และอาจาร
อริยสัจ(๔)ชัชวาล.........................ด้วยมาตรการ แห่งเหตุผล

๏    เอาธรรม เป็นที่ตั้ง......................มิใช่คลั่ง ตามกระมล
ชีวิน ร้อนดิ้นรน.............................วนวิถี ราคีกระแส

๏    ธรรมะ ต้องปฏิบัติ(ตาม)..............จึงพิพัฒน์ จำรัสแล
คุ้มครอง ป้องดวงแด......................แผ่วิจิตร ติดตามเห็น

๏    ประพฤติ ยึดธรรมะ.....................ใช้ชีวะ ละลำเค็ญ
สุขสม อยู่ร่มเย็น............................เป็นสัจจา อานิสงส์เอยฯ

๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๐

พูดง่ายกว่าทำ : กลอนคติสอนใจ




ปฏิบัติธรรม..พูดง่ายกว่าทำ : กลอนคติสอนใจ

๏    การคิด ง่ายกว่าพูด.............................การพูด ง่ายกว่ากระทำ
โลกีย์ พิธีกรรม.....................................เทศนาธรรม ตามประสา

๏    คนสอน ไม่เคยทำ..............................อ้างสอนธรรม ของศาสดา
คนฟัง นั่งภาวนา...................................(ถึง)ปัญหาชีวิต คิดเวียนวน

๏    จบเทศนา กล่าวสาธุ............................ปานบรรลุ ถึงศุภผล
แยกย้ายไป ใช้ชีพชนม์...........................ตามหนทาง ร้างธรรมมี

๏    เปรียบเหมือนคน เก็บใบไม้...................เอาไปได้ แสนสุขี
อนิจจัง ทั้งๆที่.......................................ใบไม้นี้ มิใช่ผล

๏    กิเลส และตัณหา................................หากคิดว่า (เป็นสิ่ง)ธรรมดาของคน
ไม่ยอมตื่น ฝืนใจตน...............................คลุกระคน ทุกวี่วัน

๏    ถึงวันพระ นุ่งผ้าขาว............................สวดมนต์ปาวๆ ก็เท่านั้น
ถึงเทศนา มหากัณฑ์..............................อย่าหมายมั่น นิพพานใด

๏    ราคะ โทสะ โมหะ...............................เกิดในมนะ หาใช่ที่ไหน
การกำกับ บังคับใจ................................ลด-ละให้ หายไปพลัน

๏    ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ.........................สัมผัสสิ่งใด ให้กวดขัน
อย่ามัวแต่ แส่สอนกัน.............................ทำให้มั่น ด้วยตนเทอญฯ

 ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๐

วันอังคารที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

อายฝรั่ง : กาพย์ยานี๑๑

nursing home


อายฝรั่ง : กาพย์ยานี๑๑

๏    (ในอดีต)คนไทย เคยดูถูก.....................ว่าลูกๆ ฝรั่งมังค่า
เติบใหญ่ ก็ไคลคลา.................................ทิ้งมารดา แลบิดร

๏    คริสมาสต์ เทศกาล...............................จึงคิดอ่าน เยือนบ้านย้อน
(บ้างว่าเขา)ขับไส ไม่อาทร........................ส่ง(พ่อแม่)ไปบ้าน คนชรา

๏    ลูกไทย สมัยนี้......................................ดูให้ดี มิต่างหนา
ทอดทิ้ง บิดรมารดา...................................ตามมรรคา ทางหากิน

๏    สงกรานต์ วันปีใหม่................................จึงหวนไป หาถวิล
ไม่น้อย คล้อยโบยบิน.................................ผินลับตา ลาลับไกล

๏    ทิ้งแม่ พ่อแก่เฒ่า...................................โศกซึมเศร้า เหงาหวั่นไหว
เลี้ยงลูก เพื่ออะไร?....................................ลูกเติบใหญ่ ผลใดคืน?

๏    พ่อแม่ ไม่สอนสั่ง?..................................หรือลูกดั่ง เนรคุณดื่น?
จิตใจ กลายเป็นอื่น.....................................ไม่ชื่นชม กตัญญุตา

๏    ลูกหลาน บ้านเมืองเรา.............................ติดกาม-เหล้า เมายาบ้าฯลฯ
ดูละม้าย ร้ายแรงกว่า...................................ฝรั่งมังค่า ด้วยซ้ำไป

๏    บ้าน(พักคน)ชรา ของฝรั่ง.........................แก่เฒ่ายัง หวังพึ่งได้
อนิจจา ประเทศไทย...................................ถูกทิ้งให้ แก่ตายเองฯ

๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๐

มรสุมชีวิต : กลอนคติชีวิต



มรสุมชีวิต : กลอนคติชีวิต

๏    ฟ้าครึ้ม เพราะมี เมฆฝน........................ชีวิต ของคน ต่างไฉน?
มีความ ทุกข์โศก โรคภัยฯลฯ....................ปัจจัย ชีวิต วิกฤติการณ์

๏    เจอลม พายุ ฤดูร้อน.............................รื้อถอน เรือนชน ท้นสถาน
ชีพมี แรงกรรม์ บันดาล............................ล้างผลาญ ราญรอน ทอนชะตา

๏    พิบัติ เภทภัย ธรรมชาติ.........................พินาศ (เพราะ)ตัดไม้ ทำลายป่า
พิบัติ ทุกข์โศก โชกชีวา...........................เพราะบาป หยาบช้า ประดน(ประดน=เพิ่มให้)

๏    คุณค่า พายุ ฤดูร้อน..............................ลดทอน อุณหภูมิ ชุ่มฝน
เวรกรรม ตามติด ชีวิตคน..........................กี่คน คิดได้ (มีสาเหตุ)ใกล้ตัว?

๏    ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า ป่าวประกาศ....................เกิดอาช (ชะ)ญากรรม ทำชั่ว
โดยคน (เพิ่ง)พ้นคุก รุกรัว.........................บ่กลัว ก่อกรรม ลำเค็ญ

๏    เมื่อไม่ เชื่อกฎ แห่งกรรม........................ก็ทำ ชั่วได้ ไม่ยากเข็ญ
ศีลธรรม แห้งเหือด เลือดเย็น......................อยู่เป็น เช่นสัตว์ ปราศวิชชา

๏    ไม่ใช่ เพราะปราศ ทรัพย์สิน....................(หรือ)ชีวิน ไร้การ ศึกษา
เศรษฐี มากมาย ในโลกา...........................ด็อกเตอร์ ยิ่งกล้า ก่อกรรม(ชั่ว)

๏    พายุ พัดมา ใครจะ(หลบ)พ้น?...................คอยจน ฝนซา คลายระส่ำ
ยามต้อง ประสบ ชะตากรรม........................ทนทำ กล้ำกลืน ฝืนเทอญฯ

๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๐

วันจันทร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

เกจิครูบาอาจารย์ : กาพย์ฉบัง๑๖



เกจิครูบาอาจารย์ : กาพย์ฉบัง๑๖

๏    ความไม่ประสีประสา...................ของชน อวิชชา
ที่เรียกตนว่า " ชาวพุทธ "

๏    อ้างกูเป็นผู้บริสุทธิ์.................วิเศษเหนือมนุษย์
โดยผุดข้อวัตรตามปรารถนา

๏    หวังคนไม่รู้บูชา(ว่าเคร่งครัด)..................ถวายลาภสักการ์
เทิดค่าครูบาอาจารย์

๏    น้อมศิโรราบกราบกราน.................ทั้งที่สันดาน
มีแต่สัญชาตญาณครอบงำ

๏    ธรรมวินัยไม่อุปถัมภ์................ความคิดติดตรำ
วัฒนธรรมโบราณประเพณี

๏    ฝังใจไสยศาสตร์ทาสพลี..................พันผูกภูตผี
คติค่านิยมงมงาย

๏    แบ่งชั้นวรรณะมิละอาย...............(ทั้งหมดเพราะ)บ่รู้ความหมาย
หัวใจแห่งพุทธศาสนา

๏    คือหลักธรรมชาติสัจจา.................เหนือกาลเวลา
พ้นบุคคลาค่านิยม

๏    ละกิเลสตัณหาอาจม.................อันคนโง่งม
แช่มชื่นรื่นรมย์ยินดี

๏    พระไตรปิฎก รกวัด;มี..................ก็เหมือนไม่มี
(แค่)ใช้เป็นเฟอร์นิเจอร์ประดับประดา

๏    กี่คนที่สนใจศึกษา?.................(แทบทั้งนั้น)หลงแต่อัตตา
สอนสิ่งมายาล่อลวงฯ

๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๐