ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ ทุกท่าน

ขอขอบคุณทุกท่าน ที่กรุณาแวะเวียนมาเยี่ยมชม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะได้รับสิ่งที่คิดประสงค์ ผลงานเหล่านี้ผู้เขียนเรียบเรียงขึ้นทำเป็นบันทึกความจำและอบรมจิตใจตนเอง ผู้เขียนหาได้มีความเป็นอริยะแต่อย่างใดไม่ ( เดิมที แต่งเฉพาะกลอนธรรมะ จึงใช้นามปากกาว่า avijjapikkhu ที่จริงต้องพิมพ์ว่า avijjabhikkhu แต่ตอนสมัครสร้างเว็ป เกิดทำพลาด เข้าไปใช้ชื่อนั้นไม่ได้ ต้องสร้างเว็ปใหม่ใช้ชื่อใหม่ จากคำว่า bhikkhu เป็น pikkhu แทน )
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา-ข้อมูล-สติปัญญา-ความรู้ความสามารถ-ความรีบเร่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเพื่อการแก้ไขความผิดพลาด ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับการคัดลอก การนำไปเผยแพร่ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ขอเพียงแต่อย่าแอบอ้างว่าเป็นผลงานของผู้อื่น แต่ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ในผลงานนี้ สำหรับการนำไปเผยแพร่เพื่อการค้าหากำไร
*นักเรียน อย่าลอกเป็นการบ้านไปส่งครูนะครับ เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาความรู้ความสามารถ ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอ
มีอะไรสงสัย ไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ก็ถามมาได้

วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2561

เลิกเล่นสงกรานต์ไหมลูก? : กลอนสะท้อนสังคม










เลิกเล่นสงกรานต์ไหมลูก? : กลอนสะท้อนสังคม

    เลิกเล่น สงกรานต์ กันไหมลูก?...................จะได้ ไม่ถูก คนทำร้าย
วัฒนธรรม ประเพณี ที่เสื่อมกลาย...................แทบหมด ความหมาย คล้ายเลศกล

    เมื่อไม่ หวังดี มีน้ำจิต................................วิปริต ผิดคลอง(ธรรม) ครรลองฉล
ไม่มี ศีลธรรม กำกับกมล..............................ส่งผล สงกรานต์ ปาน"สงคราม"

    ตั้งแต่ แต่งตัว ยั่วสวาท..............................เหมือนปรารถ (ถะ)นา ถูกด่า-หยาม
หรือรัก อยากโดน คนลวนลาม?.....................บ้ากาม กิเลส เจตจำนง

    น้ำสาด ยัดไส้ สิ่งสกปรก............................ลามก โรคหา ทรามประสงค์
แป้งปัด ผัดหน้า กล้าเจาะจง.........................ลูบคลำ ลามคง ทรวดทรงครัน

    กินเหล้า เมามาย ไม่อายอับ........................เพลงฟัง ไม่ได้ศัพท์ ดังคับขัน
เต้นแร้ง เต้นกา ท้าประชัน............................กวนใจ ไล่ฟัน ฆ่ากันตาย

    ยิ่งนับ ขับรถ ยังซดเหล้า.............................ง่วงเหงา หาวหลับ ฝืนขับ(รถ)หลาย
ประสบ อุบัติเหตุ เทวษวาย...........................ลงท้าย ได้ทำ งานศพพลี

    เกิดแล้ว เกิดเล่า (เรื่อง)ไม่เข้าท่า.................เทศกาล คนบ้า มาปล่อยผี
ทำลาย วัฒนธรรม ประเพณี..........................สารพัด บัดสี ไร้ดีงาม

    สงสาร สงกรานต์ วันเก่าๆ...........................กลายเป็น เรื่องเล่า เคล้าคำถาม
(เมื่อความ)ปลอดภัย ไม่ค่อยมี กาลีลาม..........ถึงยาม เลิกเล่น เห็น(ด้วย)ไหมเอย?

๑๙ เมษายน ๒๕๖๑

วันพุธที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2561

สัตว์โลกผู้น่าสงสาร : กลอนปัญหาสิ่งแวดล้อม





สัตว์โลกผู้น่าสงสาร : กลอนปัญหาสิ่งแวดล้อม

    สัตว์โลก ผู้น่า สงสาร...........................ถูกบุก รุกราน บ้านช่อง
ป่าไม้ ในความ ครอบครอง.....................(ถูก)เปลี่ยนเป็น ไร่-หนอง-ท้องนา

    ถูกฆ่า จนใกล้ สูญพันธุ์.........................คนนั้น คือตัว ปัญหา
โลภมาก อยากได้ ไร้จรรยา....................อุรา สำนึก สึกหรอมี

    เคยได้ แต่ไม่ เคยพอ...........................คอยก่อ สารพัด บัดสี
ทุกสิ่ง ทุกอย่าง ตั้งฤดี...........................กระทำ ย่ำยี เบียนบีฑา

    อ้างสิทธิ์ ของความ เป็นคน...................เสียจน พ้นประสี ประสา(ประสีประสา=ความหมาย)
ไม่มี ขอบเขต เจตนา.............................ทำลาย คงคา ฟ้าดิน

    ลักลอบ ครอบงำ ธรรมชาติ...................เป็นสัตว์ อาชญา ประจำถิ่น
มากกว่า ทำมา หากิน............................หวังรับ ทรัพย์สิน ร่ำรวย

    ทำเรื่อง ที่ไร้ สาระ..............................ให้เป็น กิจธุระ ฉกฉวย
ทำลาย ธรรมชาติ มอดม้วย.....................ด้วยความ ดันทุรัง อหังการ

    จับได้ ศาลให้ ประกัน..........................ออกมา ฆ่าฟัน มานหาญ
สิทธิ มนุษย์(ชน) อันธพาล.....................สามานย์ สานคิด จิตคน

    นับวัน โลกยิ่ง เข้าใกล้.........................ความไร้ เกณฑ์กฎ โฉดฉล
การเพิ่ม ประชากร ของชน......................เป็นจุด เริ่มต้น (กาล)ทุรนทุรายฯ

๑๘ เมษายน ๒๕๖๑

วันอังคารที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2561

คนชั่ว-คนดี มิคบหากัน : กลอนคติสอนใจ


*ไม่มีเจตนาสนับสนุนหรือให้ร้ายใคร นอกจากเสนอภาพประกอบตามเหตุการณ์จริง


คนชั่ว-คนดี มิคบหากัน : กลอนคติสอนใจ

    นักการ เมืองชั่ว.........................เห็นแก่ตัว คดโกงชาติ
ทว่า สามารถ..............................หลอกทาส ทั้งหลาย ให้นับถือ
เอาผล ประโยชน์.........................ล่อโฉด ฉ้อชน ล้นร่ำลือ
ต่างคน (ต่าง)ไม่ซื่อ.....................คือลักษณะที่ มีเหมือนกัน

    จากทุก สารทิศ.........................ต่างใช้ ชีวิต ประจญ
กิจกรรม นำชน............................ต่างหน ต่างหา (พบ)ปะสังสรรค์
ผู้มิ สนใจ(ในกิจกรรม)..................จะไม่ หมายมุ่ง ยุ่งสัมพันธ์
แยกย่าง ห่างกัน..........................ราบรื่น ชื่นฉันท์ บันดล

    การเป็น คนดี............................หาใช่ วิธี ที่ทำให้
ทุกคน รักใคร่..............................จงเข้าใจ ในเหตุ และผล
ความมี ศีลธรรม...........................จะมินำ พาคน ทุกคน
ศรัทธา กระมล.............................ต่อบุค คลหนึ่ง คนใด

    คนดี จึงรัก................................สมัคร อยากคบ คนดี
นรชาติ บัดสี................................คนดี มิคิด พิสมัย
โฉดชน ชั่วช้า..............................(ชอบ)คบหา สมาคม คนจัญไร
เป็นสัจจะ ปัจจัย...........................ปกติ วิสัย ในโลกา

    อุปถัมภ์ กรรมดี..........................จะล้น คนดี มีมาคบ
(ความ)ชั่วช้า สยบ........................จะมิ พบพาล ลานปัญหา
ชั่ว-ดี มีเงื่อนไข............................เข้ากัน ไม่ได้ เป็นธรรมดา
(คือ)กฎเกณฑ์ กติกา.....................ครอบคลุม พสุธา ฟ้าดินฯ

๑๗ เมษายน ๒๕๖๑

วันจันทร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2561

ทำงานทำเงิน : กาพย์ฉบัง๑๖




ทำงานทำเงิน : กาพย์ฉบัง๑๖


    ทำงานทำให้มีเงิน....................ฐานะเจริญ
เพลิดเพลินจับจ่ายใช้สอย

    งานง่ายย่อมได้เงินน้อย..................งานยากจักพลอย
ค่อยๆพัฒนาความสามารถ

    (อยาก)มีกินมีใช้ไม่ขาด..................ต้องรู้จักฉลาด
อย่าปราศใจสู้(งานหนัก)อยู่เสมอ

    ขยันอุตส่าห์อย่าเผอเรอ.................เพราะอาจพบเจอ
สถานการณ์อันไม่คาดฝัน

    (เช่น)เจ็บไข้ได้ป่วยด้วยกัน...................งานชะงักงัน
ต้องการใช้เงินเกินปกติฯลฯ

    จึงต้องเก็บออมรอมริ..................สัมมาทิฐิ
มิใช้จ่ายเงินเกินตัว(สร้างหนี้สิน)

    เลือกทำงานดีมิชั่ว.................อย่าไปเกลือกกลั้ว
เมามัวงานผิดกฎหมาย

    ศีลธรรมค้ำชูมิดูดาย...................อุระสบาย
บ่มุ่งหมายเงิน(จน)เกินพอดี

    รักษ์ความเมตตาปราณี.................เผื่อแผ่แลมี
ความไม่ตระหนี่เป็นพื้นฐาน

    เอื้อเฟื้อเพื่อคนในบ้าน.................ยากจนชนทาน
เป็นการสร้างบุญสุนทรเอยฯ

๑๖ เมษายน ๒๕๖๑

วันอาทิตย์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2561

ความโกรธไม่แก้ปัญหา : กลอนสี่




ความโกรธไม่แก้ปัญหา : กลอนสี่

    ความโกรธ ไม่แก้..........................แต่สร้าง ปัญหา
ทำให้ อุรา.....................................ร้อนคร่า ระคายเคือง

    สติ หดหาย..................................สยาย ร้ายเรื่อง
คุกรุ่น หนุนเนือง.............................ฟันเฟือง เภทภัย

    โทสะ ระรัว..................................ชั่วช้า สาไถย
ก่อกรรม ทำไกร..............................เป็นไง เป็นกัน

    อาชญา กระโชก...........................วิโยค โศกศัลย์
ยิงฆาต ฟาดฟัน..............................เวรกรรม์ ทัณฑ์กรอม

    ไม่โกรธ ไม่ร้อน............................ใจอ่อน ถนอม
ธรรมศีล ยินยอม.............................ออมชอม กระทำ

    มีเหตุ มีผล..................................กลไก อุปถัมภ์
สุขุม นุ่มนำ....................................สำรวม อารมณ์

    ตั้งสติ ปัญญา...............................หาทาง เหมาะสม
วิถี นิยม........................................วิกรม อุรา(วิกรม=ก้าวล่วงไปด้วยความกล้าหาญ)

    (ความ)หนักแน่น หทัย...................ใช้แก้ ปัญหา
ผลดี ปรีดา....................................ประสบ พบเอยฯ

๑๕ เมษายน ๒๕๖๑

วันเสาร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2561

งานบุญของคนบาป : กาพย์ยานี๑๑




งานบุญของคนบาป : กาพย์ยานี๑๑

    บาปกรรม หรือทำบุญ?...........................เรี่ยไรทุน ทอดผ้าป่า(กฐิน)
อ้างพุทธ (ธะ)ศาสนา...............................สวรรค์พรรณนา สนองมี

    เงินเขา เอามาจ่าย.................................เหล้า-ยา(อาหาร)หลาย หมายวิถี
หมอลำ วงดนตรี.....................................มีมหรสพ จนจบงาน

    วัยรุ่น เมาวุ่นวาย....................................ฆ่ากันตาย ไร้แก่นสาร
ส่วนแบ่ง แหล่งกรรมการ...........................เศษเสี้ยวทาน ถึงวัดวา

    คนบาป ใจฉาบชั่ว..................................มิรู้ตัว (ว่าตน)ไร้ศาสนา
ขาดสติ และปัญญา..................................ยกอัตตา เป็นอธิปไตย(อธิปไตย=ความเป็นใหญ่)

    ความคิด มิจฉาทิฐิ..................................กรรมดำริ ทรามสาไถย
มัวเมา เอาแต่ใจ......................................ไม่รู้ผิด-ชอบ-ชั่ว-ดี

    ศาสนา หาทำให้....................................คนจัญไร ใจผ่องศรี
อีกทั้ง ยังอัปรีย์........................................ใช้(ศาสนา)เป็นวิธี หลอกหากิน

    งานบุญ ของคนบาป...............................มุ่งหวังลาภ และทรัพย์สิน
ระคน เคล้ามลทิน.....................................ไร้ศีลธรรม กำกับกมล

    แอบอ้าง พุทธศาสนา..............................เพื่อจะมา ทำโฉดฉล
บุญไร้ บาปไป่พ้น.....................................ทุกข์ประจญ ท้นท่วมเอยฯ

๑๔ เมษายน ๒๕๖๑

วันศุกร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2561

พุทธศาสนา : กาพย์ยานี๑๑




พุทธศาสนา : กาพย์ยานี๑๑


    พุทธะ ศาสนา...............................คือศาสนา แห่งความรู้
พิมล ผลพรั่งพรู...............................ตั้งอยู่บน หนทางไสว

    แนะให้ ใฝ่ศึกษา............................พัฒนา ความคิด-จิตใจ
ปลูกฝัง ระวังระไว............................ใน(ความ)ประพฤติ ยึดกุศล

    สอนธรรม ตามเป็นจริง.....................ธรรมชาติอิง สิ่งสากล
พึ่งพา อาศัยตน...............................เพื่อพ้นทุกข์ เป็นสุขสันติ์

    เคารพ ความถูกต้อง........................และยกย่อง จริยธรรม์
ความดี มีศีลกรรม์.............................คือครรลอง ครองชีวี

    มโนธรรม มีสำนึก...........................ผนึกแน่น แก่นวิถี
ผิด-ชอบ กรอบชั่ว-ดี.........................ตั้งสติ มีปัญญา

    โลกนี้ ไม่มีพระเจ้า..........................อย่ามัวเฝ้า คำนึงหา
อ้อนวอน ภาวนา...............................ให้ช่วยเหลือ เกื้อหนุนตน

    จงเชื่อ กฎแห่งกรรม........................บาป-บุญนำ เลว-ล้ำผล
พันผูก ทุกๆคน.................................มิแบ่งชน ชั้นวรรณะ

    ตัณหา ต้องกำจัด...........................กิเลสตัด อาสวะ
สิ้นล้าง สังสาระ................................ผละเวียนว่าย ตาย-เกิดเอยฯ

๑๓ เมษายน ๒๕๖๑